หลี่เหวยอันมองสีหน้าเตือนของจอห์นเฒ่าแล้วไหวไหล่
“การขับไล่บาทหลวงผู้ทรงเกียรติ ย่อมต้องจ่ายค่าตอบแทนเล็กน้อยเป็นธรรมดาไม่ใช่หรือ?”
“คุณเองก็คงไม่อยากให้สาวกของเทพีรุ่งอรุณเอาเรื่องที่คุณทำไปป่าวประกาศทั่วสารทิศหรอกใช่ไหม?”
คาวบอยเฒ่าสูดหายใจเข้าลึก ๆ ชายหนุ่มตรงหน้า หากจะให้พูดแล้ว แทนที่จะเรียกบาทหลวงแห่งศาลาสวรรค์ เรียกนักเลงหัวไม้คงเหมาะกว่า
ข้าวของถูกเตรียมเสร็จอย่างรวดเร็ว
เพียงครึ่งชั่วโมง เสื้อผ้าสุภาพเหมาะกับฤดูใบไม้ผลิในแดนตะวันตกชุดหนึ่ง
พร้อมกับเป้ที่บรรจุอาหารและน้ำเต็มใบ ก็ถูกนำมาวางตรงหน้าหลี่เหวยอัน
หลี่เหวยอันขึ้นไปเปลี่ยนเป็นชุดโปร่งสบาย แล้วแขวนลูกซองทองคำไว้ที่เอว ก่อนจะชื่นชมรูปลักษณ์ของตัวเองสักหน่อย
ต้องยอมรับว่าร่างที่เขาเข้ามาสิงสู่หลังทะลุมิติมานั้นหน้าตาดีมาก
ผมสีแดงปนทอง ดวงตาสีฟ้าเข้ม เครื่องหน้าคมชัด ร่างกายกำยำ ผสมผสานความสง่างามแบบชนชั้นสูงเข้ากับกลิ่นอายดิบเถื่อนของทหารรับจ้าง จนชวนให้จดจำ
“บ้าจริง หล่อกว่าชาติก่อนของฉันอีก”
“บุคลิกแบบนี้ พวกคุณหนูชนชั้นสูงเห็นแล้วคงขาอ่อนกันหมด”
ตอนหลี่เหวยอันลงมาข้างล่าง เขาก็เห็นม้าสีน้ำตาลที่สะพายเป้ยืนอยู่หน้าร้านเหล้า
“ให้ฉันเหรอ?” หลี่เหวยอันถามพลางมองม้าตัวใหญ่
คาวบอยเฒ่าพยักหน้า “ของนาย ถือเป็นค่าตอบแทนที่ฆ่าแวมไพร์”
“ถ้าแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์เริ่มสร้างรังแถวนี้ อีกไม่นานก็จะเกิดตระกูลแวมไพร์ขึ้นมา นั่นเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก”
หลี่เหวยอันได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากคำพูดของชายชรา
“ฉันใส่แผนที่ไว้ในเป้แล้ว มีอาหารกับของที่อาจได้ใช้ติดไปด้วย”
