“รีบนอนไปเถอะ” เฉาเฟยพูดเสียงแหบพร่า พลางฝืนข่มใจไม่ให้พุ่งเข้าใส่ “ผมไปเทน้ำทิ้ง แล้วก็อาบน้ำสักหน่อย”
เฉาเฟยผลักประตูเดินออกไป
เขากลัวว่าถ้าช้าไปแม้แต่ก้าวเดียว ตัวเองจะห้ามใจไม่อยู่...
ภายในห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
เฉินรั่วหลานนั่งนิ่งอยู่ริมเตียง มองบานประตูไม้ที่ปิดสนิท พลางกัดริมฝีปากบางเบา ๆ
ในหัวมีแต่ภาพเมื่อครู่ที่เขานั่งยอง ๆ อยู่บนพื้น ค่อย ๆ ล้างเท้าให้เธออย่างอดทน
มือใหญ่กว้างคู่นั้นมีตาปลาแข็งกระด้าง แต่พอกดลงบนฝ่าเท้าแล้วกลับรู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก
ผู้ชายตัวโต ๆ อย่างเขา อยู่ข้างนอกสามารถซ้อมเฉียนฝุ่นกุ้ยจนอันธพาลแบบนั้นต้องคุกเข่าขอชีวิต แต่พอกลับถึงบ้านกลับเต็มใจยกน้ำล้างเท้ามาปรนนิบัติเธอ
“ฉันทำเกินไปหรือเปล่านะ...” เฉินรั่วหลานพึมพำกับตัวเอง ขอบตาแดงเรื่อเล็กน้อย
เธอนึกย้อนถึงช่วงเพิ่งแต่งงานใหม่ ๆ ตอนนั้นความต้องการของเธอสูงมาก ไม่สนเลยว่าเฉาเฟยจะคัดค้านหรือไม่
ทุกคืนเธอบังคับให้เขาทำหน้าที่สามี ต่อให้เขาเหนื่อยจนแทบยืดหลังไม่ขึ้น เธอก็ไม่เคยเห็นใจ
เพราะเธอคิดว่าเฉาเฟยหลอกแต่งงาน สมรสแทนเฉาหยางโดยไม่เคารพความเห็นของเธอ เขาก็สมควรได้รับผลแบบนี้
ตอนนี้ถึงคราวผลัดกันบ้าง เฉาเฟยกลายเป็นวัวป่าที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ส่วนเธอกลับทนไม่ไหวเสียเอง
วันนี้เขาหาเงินได้ตั้งมากมาย แถมยังซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ มาให้เธออีกหลายชุด
แต่พอตกกลางคืน เธอกลับทนไม่ไหวจนต้องบังคับให้เขาเก็บความปรารถนาไว้ แล้วไปอาบน้ำเย็นแทน
เฉินรั่วหลานยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกผิด ความขมขื่นพลันเอ่อขึ้นมาในใจ
“เฉาเฟยคนบ้า ทำไมเรี่ยวแรงถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้”
“เมื่อก่อนยังไม่ถึงสามชั่วโมงก็หมดแรงแล้ว ตอนนี้กลับตะบี้ตะบันไม่รู้จักจบ”
“ถ้าคืนนี้ปล่อยให้เขาทำอีก กระดูกฉันคงแหลกเป็นผุยผงแน่”
“แต่วันนี้เขาเหนื่อยแทบแย่ แถมยังหาเงินได้ตั้งเยอะ ฉันยังให้เขาไปอาบน้ำเย็นอีก”
“ฉันเห็นแก่ตัวเกินไปหรือเปล่า เอาแต่สนใจความสบายของตัวเอง พอใช้เขาเสร็จก็ถีบหัวส่ง”
เฉินรั่วหลานยกมือทั้งสองข้างกุมแก้มที่ร้อนผ่าว ยิ่งคิดก็ยิ่งหน้าแดง
เธอถึงกับอยากลุกจากเตียงไปเรียกเฉาเฟยกลับมา
