โจวต้าหย่งรีบพยักหน้า “เรื่องอะไรหรือ สั่งมาได้เลย! พี่รับรองว่าจะช่วยนายแน่นอน! ยังไงวันนี้ก็ไม่มีคนสำคัญจองห้องไว้ ร้านพี่ปิดก็ได้ จะช่วยนายจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย!”
ได้กำไรฟรี ๆ มาตั้งสองพันหยวนแล้ว โจวต้าหย่งยังจะเรียกร้องอะไรอีกล่ะ ต้องปรนนิบัติเฉาเฟยให้ดีที่สุดอยู่แล้ว
เฉาเฟยวางกระเป๋าหนังสีดำลงบนโต๊ะแล้วตบเบา ๆ “ช่วยนับเงินที่เหลือให้ผมหน่อย ดูว่าจำนวนถูกต้องไหม มีแบงก์ปลอมปนมาหรือเปล่า”
โจวต้าหย่งชะงักไปทันที “หา? เอ่อ…น้องเฉา เมื่อกี้ตอนเจ้าสัวจินให้นายนับเงิน นายยังพูดอย่างใจกว้างอยู่เลยว่าเชื่อเจ้าสัวจิน เชื่อคนที่พี่แนะนำ ไม่ต้องนับก็ได้ไม่ใช่หรือ?”
“ใจกว้างก็ส่วนใจกว้างน่ะครับ ที่ทำแบบนั้นก็เพราะต่อไปผมอยากร่วมงานกับเจ้าสัวจินให้มากขึ้น หรือถึงขั้นอาศัยเส้นสายของเจ้าสัวจินหาผู้ซื้อที่หายากกว่าเดิม ผมก็ต้องวางตัวให้ดีหน่อย คนอื่นถึงจะเต็มใจร่วมงานกับผม”
“แต่ก่อนออกจากบ้าน พ่อผมสอนผมไว้ข้อหนึ่งว่า อย่าคิดร้ายกับคนอื่น แต่ก็อย่าขาดความระแวดระวัง เรานับเงินด้วยตัวเอง ใจถึงจะสบายไม่ใช่หรือครับ?”
ฟังจบแล้วโจวต้าหย่งก็อดหัวเราะไม่ได้ เขาตบไหล่เฉาเฟยพลางชูนิ้วโป้ง “นายนี่…สุดยอดจริง ๆ! พูดได้มีเหตุผลมาก ทำเอาพี่ได้ข้อคิดเลย! ได้เลย! ในร้านพี่มีเครื่องตรวจแบงก์อยู่เครื่องหนึ่ง เดี๋ยวช่วยนับให้!”
มุมปากเฉาเฟยยกขึ้นเล็กน้อย “ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณพี่โจวครับ!”
……
หลังจากโจวต้าหย่งยกเครื่องตรวจแบงก์ออกมา ก็ผ่านไปกว่าสิบนาที กว่าแบงก์ทั้งหมดจะถูกตรวจผ่านเครื่องจนครบ
“น้องเฉา จำนวนถูกต้องทั้งหมด ไม่มีแบงก์ปลอมแม้แต่ใบเดียว”
เฉาเฟยพยักหน้า แล้วเก็บเงินบนโต๊ะกลับใส่กระเป๋าหนังสีดำ
เขารูดซิปปิด สะพายกระเป๋าเฉียงพาดบ่า แล้วตบตัวกระเป๋าที่พองตุง
“พี่โจว เรื่องวันนี้เรียบร้อยดีแล้ว ขอบคุณที่ช่วยเป็นธุระให้ครับ” เฉาเฟยกล่าวยิ้ม ๆ
“โธ่ พูดไปแล้วพี่ต่างหากที่ได้เปรียบ แค่ช่วยติดต่อคนให้ก็ได้เงินสองพันหยวนแล้ว น้องเฉา ต่อไปถ้ามีเรื่องดี ๆ แบบนี้ อย่าลืมมาหาพี่อีกนะ”
“ถ้ามีโอกาส ผมไม่ลืมแน่นอนครับ!”
“แล้วก็…”
โจวต้าหย่งรีบขยับเข้ามาใกล้ กดเสียงต่ำลง แววตาเปล่งประกายด้วยความคาดหวัง
