พอได้ยินว่าคนทางซ้ายเป็นหลานชายคนโต ส่วนคนทางขวาเป็นหลานสาวคนโต โจวเฟิงก็อุ้มผิงผิง หลานชายคนโตทางซ้ายขึ้นมาโดยไม่ทันคิด
“ผิงผิงใช่ไหม มานี่ ๆ ให้ปู่อุ้มหน่อย”
“ให้ปู่คิดก่อนว่าจะตั้งชื่ออะไรให้ดี อืม...แซ่โจว งั้นชื่อโจวจิ่งเจ๋อเป็นไง?”
“ส่วนอันอัน ก็ชื่อโจวจิ่งเหมยแล้วกัน”
โจวเฟิงอุ้มผิงผิง หลานชายคนโต ไม่นานก็นึกชื่อออก แถมยังตั้งชื่อให้หลานสาวคนโตด้วย
โจวเหย่: “……”
ไม่คิดเลยว่าตาแก่ที่บ้านจะเป็นพวกให้ความสำคัญกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิงเหมือนกัน
ถึงเขาจะไม่มีความรู้ ถึงจะไม่เคยเรียนมหาวิทยาลัย แต่ก็ยังดูออกว่าชื่อสองชื่อนี้ต่างกันแค่ไหน
หลานชายชื่อจิ่งเจ๋อ ส่วนหลานสาวชื่อจิ่งเหมย
ต่างกันไม่ใช่น้อย ๆ เลย ชื่อดอกเหมยนี่เชยจะตาย เดี๋ยวนี้เดินไปตามถนนก็เจอผู้หญิงชื่อเสี่ยวเหมย หงเหมย ซานเหมยเต็มไปหมด...
แม้แต่หมู่บ้านที่เขาเคยอยู่ ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็แทบไม่มีความรู้ เวลาตั้งชื่อลูกสาวก็หนีไม่พ้นชื่อเหมยบ้าง ชื่อดอกไม้บ้าง
คิดถึงตรงนี้ โจวเหย่ก็กอดลูกสาวที่อยู่ในอ้อมแขนแน่นขึ้น
“พ่อ ชื่อเหมยมีคนใช้เยอะเกินไป พ่อช่วยคิดใหม่อีกชื่อ เอาเพราะ ๆ ฟังดูสง่างามหน่อย”
“ถ้าพ่อคิดไม่ออกจริง ๆ ก็ไม่เป็นไร ชื่ออันอันให้พวกเราสองสามีภรรยาตั้งเอง”
เขาไม่อยากให้ลูกสาวแสนสวยของตัวเองชื่อเหมยอะไรนั่นจริง ๆ
ไม่ใช่แค่เรื่องชื่อ เมื่อครู่ถ้าดูตามระยะแล้ว อันอัน หลานสาวคนโตอยู่ใกล้โจวเฟิงกว่า ถ้าจะอุ้มตามสะดวกก็ควรอุ้มเด็กที่อยู่ใกล้ที่สุด
