โจวเหย่ไม่ได้กังวลจริง ๆ เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่กังวลเลย พอสอบเสร็จ เรื่องนี้ก็เหมือนผ่านพ้นไปแล้ว
แต่เซี่ยเถาถามมาแบบนี้ เขาก็ไม่ควรแสดงท่าทีว่าไม่ใส่ใจ
“อยากรู้สิ แน่นอนว่าอยากรู้ รอฉันแต่งตัวเสร็จแล้วเราค่อยไปกัน”
โจวเหย่สวมเสื้อผ้าเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว
เซี่ยเถาเองก็เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ ตอนนี้ท้องของเธอใหญ่ขึ้นแล้ว เสื้อผ้าสวย ๆ ที่เคยใส่ก่อนหน้านี้ล้วนใส่ไม่ได้ จึงต้องซื้อเสื้อผ้าหลวม ๆ มาใส่แทน
ยังดีที่ฝีมือเย็บปักถักร้อยของป้าจางไม่เลว จึงทำเสื้อผ้าสำหรับใส่ออกไปข้างนอกให้เธอใหม่หลายชุด
“ไปกันเถอะ ไปกันเร็ว ฉันรอไม่ไหวแล้ว”
ทั้งสองเก็บข้าวของที่จำเป็นอย่างง่าย ๆ แล้วหยิบติดตัวไปด้วย
พอเปิดประตูห้อง กำลังจะออกไปข้างนอก จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงคนร้องไห้จากห้องข้าง ๆ
เซี่ยเถาชะงักไปทันที ฝีเท้าหยุดกึก รีบกระตุกชายเสื้อโจวเหย่าแล้วเอ่ยเสียงเบา
“เหมือนฉันได้ยินเสียงคนร้องไห้ คุณได้ยินไหม เหมือนจะดังมาจาก...ห้องของน้องชายคุณ”
ห้องข้าง ๆ เป็นห้องหอของโจวอวิ๋นกับหม่าอวี้หลาน เมื่อคืนเป็นคืนเข้าหอของทั้งคู่
เสียงนี้...ฟังดูเหมือนเป็นเสียงของหม่าอวี้หลาน
ตามเหตุผลแล้ว ไม่น่าจะมีเสียงร้องไห้สิ นี่เพิ่งเป็นวันแรกหลังแต่งงานเอง
อีกอย่าง ทั้งคู่ก็เป็นแฟนที่คบหากันด้วยความสมัครใจ เมื่อวานตอนแต่งงานโจวอวิ๋นก็ดูมีความสุข ไม่น่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นนี่นา
