ยกมือขึ้นเคาะประตูปัง ๆ
เคาะอยู่นานก็ไม่มีเสียงตอบรับ ข้างในเงียบราวกับไม่มีใครอยู่
ขณะเดียวกัน ภายในห้อง
ลมจากนอกหน้าต่างพัดเข้ามากำลังดี เย็นสบาย แต่ก็ไม่ถึงกับหนาว
โจวเหย่นอนอยู่บนเตียง มือถือหญ้าหางหมาเส้นหนึ่ง หยอกล้อลูกชายตัวอ้วนกลมกับลูกสาวตัวอ้วนกลมของตัวเอง
ไม่ว่าจะหยอกลูกชายตัวอ้วนกลมอย่างไรก็ไม่ยอมยิ้ม ส่วนลูกสาวตัวอ้วนกลมกลับหัวเราะคิกคัก
“พ่อไง พ่อเอง ผิงผิง อันอัน เรียกพ่อสิ”
โจวเหย่ก้มลงใช้หญ้าหางหมาจิ้มแก้มยุ้ย ๆ ของลูกน้อยทั้งสองเบา ๆ เล่นเพลินจนไม่รู้เวลา
ส่วนเซี่ยเถากำลังอ่านตำราแพทย์อย่างตั้งใจ พร้อมจดบันทึกไปด้วย อีกสองวันเธอก็จะไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว
แต่ที่มหาวิทยาลัยเธอเรียนแพทย์แผนตะวันตก เกรงว่าพอเริ่มยุ่งขึ้นมาแล้วจะไม่มีเวลาอ่านหนังสือพวกนี้
ส่วนเสียงเคาะประตูด้านนอก สองสามีภรรยาได้ยินกันหมด รวมถึงผิงผิงด้วย แต่ไม่มีใครสนใจสักคน กระทั่งปรายตามองไปทางนั้นก็ยังไม่ทำ
ทำเป็นไม่ได้ยินก็แล้วกัน
ในเมื่อคำพูดของพวกเขา อีกฝ่ายยังทำเป็นฟังไม่เข้าใจได้เลย
ในห้องรับแขก ป้าจางกับป้าหยางต่างกังวลอยู่บ้าง ชั่วขณะหนึ่งก็ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี ลังเลว่าจะออกไปเปิดประตูหรือไม่
ทั้งสองมองหน้ากัน ปรึกษากันครู่หนึ่ง ก่อนจะมองไปยังห้องของเซี่ยเถาและคนอื่น ๆ ที่ไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร สุดท้ายจึงทำเป็นไม่ได้ยินบ้าง แล้วแยกย้ายไปทำงานของตัวเอง
เป็นคนรับใช้ก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งเรื่องของเจ้าของบ้านมากนัก ตั้งใจทำงานของตัวเองก็พอ
