ของที่ต้องซื้อก็ซื้อกันจนเกือบครบแล้ว อีกไม่นานฟ้าก็จะมืด เซี่ยเถากำลังเตรียมตัวจะกลับ
ตอนนี้เธอท้องอยู่ จะขี่จักรยานสองล้อใหญ่ก็ไม่ได้ ถ้าไม่รีบกลับก็จะไม่มีรถวัว ไม่มีรถวัวก็ต้องเดิน
ทางบนภูเขาลำบากมาก เป็นหลุมเป็นบ่อ ไกลขนาดนั้น ถ้าจะเดินจริง ๆ ก็ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง
เธอไม่อยากเดินกลับหรอก
“ซื้อของเสร็จแล้ว กลับกันเถอะ” เซี่ยเถาพูดกับโจวเหย่ เธอเพิ่งคิดเลขในใจคร่าว ๆ เรื่องเงินที่ใช้ไป รู้สึกว่าไม่ได้ซื้อของมากมายขนาดนั้น แต่เงินกลับหายไปเท่ากับเงินเดือนหลายเดือนของคนงานธรรมดา ๆ คนหนึ่ง
ตอนที่โจวเหย่จ่ายเงิน เขาไม่ได้พูดอะไรสักคำ หน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างนั้น ทำให้คนอื่นดูไม่ออกเลยว่าเขาคิดอะไรอยู่
ไม่รู้ว่าโจวเหย่ได้เบี้ยเลี้ยงเดือนละเท่าไหร่ จะเลี้ยงเธอไหวหรือเปล่า
เซี่ยเถาเริ่มกังวลกับปัญหานี้ขึ้นมาทันที ถ้าแม้แต่เธอยังเลี้ยงไม่ได้ แล้วจะเลี้ยงลูกสองคนยังไงไหว
ช่างเถอะ ๆ ไว้ค่อยถามทีหลังก็ได้
เซี่ยเถาไม่ได้ตั้งใจจะฝากความหวังทั้งหมดไว้กับผู้ชายคนเดียว
ยังไงซะเธอก็เคยสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ด้วยความสามารถของตัวเอง สิ่งที่เธอเรียนรู้นั้นมีไม่น้อย ทั้งวาดรูป เต้นรำ ดนตรี ล้วนเชี่ยวชาญ ผลการเรียนก็อยู่อันดับต้น ๆ
ตอนนั้นในโรงเรียนมีคนสอบติดมหาวิทยาลัยแค่ไม่กี่คน เธอเป็นหนึ่งในนั้น
แต่เพราะปัญหาฐานะของตระกูลเซี่ย เธอถูกคนแจ้งความ เรียนจบปีหนึ่งก็ถูกเพิกถอนสิทธิ์เรียนมหาวิทยาลัย แม้แต่ทะเบียนนักเรียนก็ถูกอายัดไว้
