เซี่ยหลีรู้สึกสงสัยเหลือเกินว่า หากเสียงนั้นดังขึ้นอีกนิด รูปประธานที่แขวนอยู่บนผนังคงถูกนางเขย่าหล่นลงมา
สตรีผู้นั้นกล่าวไม่หยุดปาก พร้อมกับมีสตรีอีกนางหนึ่งเอ่ยเสียงอ่อนหวานคอยปลอบประโลม
เซี่ยหลีฟังก็รู้ทันทีว่าเสียงนั้นเป็นของมารดาเจ้าของร่างเดิม แต่ว่าเหตุใดเสียงนั้นจึงฟังดูคุ้นหูนัก?
นางไม่ได้คิดให้ละเอียด ตอนนี้เซี่ยหลีคือนางแล้ว สิ่งที่สตรีผู้นี้กล่าวไม่ใช่เรื่องของนางหรอกหรือ?
นางสาวเท้าเข้าไปในบ้านด้วยโทสะ ยังไม่ทันเห็นผู้ใดก็เอ่ยขึ้นว่า “ผู้บังคับกองร้อยสมัยนี้ช่างเก่งกาจเสียจริงนะเจ้าคะ! เกือบจะเทียบเท่าพวกลูกหมานายทุนได้แล้ว...”
เดิมทีเซี่ยหลีตั้งใจจะเข้าไประเบิดอารมณ์รุนแรงสักยก ถ้านางปากจัดสู้พวกเขาไม่ได้ก็ถือว่านางแพ้ไป ในสภาพแวดล้อมอย่างยุคคนตาย นางเคยเห็นอะไรโสมมสกปรกมาแล้วบ้าง?
ทว่าสายตาของนางกวาดไปเห็นสตรีผู้สวมใส่ชุดกระโปรงบราจีสีม่วง ผู้สูงศักดิ์สง่างามนั่งอยู่บนโซฟา ร่างกายเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของตระกูลบัณฑิต เสียงของนางก็ชะงักกึก บรรดาทีท่าเกเรค้างแข็งบนใบหน้า
นี่ไม่ใช่มารดาของนางหรอกหรือ?
ไม่ใช่สิ เป็นมารดาแท้ ๆ ของเจ้าของร่างเดิม มารดาแท้ ๆ ของนางตายในกระแสซากศพไปแล้ว แต่ทั้งสองคนมีรูปลักษณ์เหมือนกันทุกประการ
เซี่ยหลีอดไม่ได้ ปลายจมูกร้อนผ่าว อยากจะกอดคนที่หน้าตาเหมือนมารดาของนางผู้นี้แล้วร้องไห้สักครั้งยิ่งนัก
หลังจากยุคคนตายสูญเสียบิดามารดาไป นางทุกข์ทนเกินไป ต่อให้ภายนอกจะแข็งแกร่งเพียงใด ภายในใจก็ยังคิดถึงท่านพ่อท่านแม่อยู่ดี
หลี่ชุ่ยเซียงได้ยินคำพูดของเซี่ยหลีเช่นนั้น แทบจะโกรธตายให้ได้ ไอ้เด็กเวรนี่ต้องการทำลายอนาคตของบุตรชายนางนะ!
นางสะบัดมือของมารดาเซี่ยออกอย่างเดือดดาล “ลูกสาวที่บังอาจพูดจาเหลวไหลไร้สาระของพวกคุณเนี่ย ตระกูลจ้าวของดิฉันไม่กล้าแต่งเข้าหรอกนะ!”
พูดจบก็ลุกขึ้นจะเดินจากไป
มารดาของเซี่ยหลีร้อนใจขึ้นมาทันที เซี่ยหลีเห็นสตรีผู้นั้นปฏิบัติต่อผู้ที่มีหน้าตาเหมือนกับมารดาของนางเช่นนี้ก็ร้อนใจเช่นกัน อยากจะโยนสตรีนี่ทิ้งออกไปนอกบ้านขึ้นมาทันใด
ถูกส่งลงพื้นที่แล้วอย่างไร? ด้วยพลังฝีมือของผู้อาวุโสแห่งฐานยุคคนตายอย่างนาง จะมีชีวิตอยู่ไม่ได้เชียวหรือ? ใครต้องมาทนรับอารมณ์ยายแก่บ้านี่?
นางเพิ่งสาวเท้าออกไป ก็มีเสียงตวาดด้วยความโกรธดังมาจากที่ไกล ๆ
“เซี่ยหลี! เจ้าชักจะเก่งนักนะ! อะไรก็กล้าพล่ามออกมานอกบ้าน!!”
บุรุษผู้สวมเครื่องแบบทหารสีเขียวซึ่งนั่งอยู่บนโซฟาได้ยินคำของเซี่ยหลีแล้วสีหน้าแปรเปลี่ยน ลุกพรวดขึ้น ถอดรองเท้าก็ปรี่เข้าใส่เซี่ยหลี
เซี่ยหลีเห็นใบหน้าของผู้ชัดเจนแล้ว ถึงแม้จะคิดว่าฝีมือตนเองไร้ผู้ใดเทียมทานก็ยังแข็งทื่อไม่กล้าโต้ตอบ
ความทรงจำที่ตายไปแล้วในร่างนี้ฟื้นตื่นขึ้น เมื่อเห็น “ท่านพ่อ” แท้ ๆ ที่ไล่ตามมาพร้อมรองเท้าเตรียมจะตี เซี่ยหลีก็ออกวิ่งหนีด้วยสัญชาตญาณ
พลางตะโกนโหวกเหวกโวยวาย “ท่านพ่อ! ท่านอย่าเพิ่งโมโหสิขอรับ! เรามีอะไรค่อย ๆ พูดกันก็ได้ ออกกำลังกายยังไม่ต้องรีบร้อนขนาดนี้ ท่านฟังข้าอธิบายก่อนนะขอรับ!”
ไล่ตามลูกมาตีกลับถูกเจ้าลูกแย่ ๆ พูดว่าเป็นการออกกำลังกาย ต่อให้เป็นเซี่ยเจี้ยนกั๋วที่เพิ่งจะตีลูกสาวเป็นครั้งแรกก็ยังถูกยั่วยุให้โทสะพลุ่ง
เดิมทีไม่ได้คิดจะตีเด็กจริง ๆ เพียงอยากทำท่าทีเท่านั้น มาครานี้กับอยากจะตีเด็กเสียจริง ๆ แล้ว
แต่เขาอายุมากถึงเพียงนี้ แก่กระดูกล้าแล้ว ไล่ตามไม่ทันไม่ใช่เรื่องปกติหรอกหรือ?
ภายนอกแสดงสีหน้าดุร้ายคำรามว่า “เจ้าว่ามาสิ! ข้าจะฟังว่าเจ้ามีอะไรดี ๆ จะอธิบาย!”
เซี่ยหลีเป็นคนป่าเถื่อนมาตั้งแต่เด็ก เคยถูกบิดาตีจนชินแล้ว ขั้นตอน “อธิบาย” นี้ก็พอ ๆ กับขั้นตอน “การฟ้องความ” ถือว่าชำนิชำนาญอย่างยิ่ง
ความเร็ววิ่งหนีไม่ได้ลดลงสักครึ่ง พลางพูดจากลับกลอกคล่องแคล่วอย่างยิ่ง ไม่มีแม้แต่หอบหายใจ
“จ้าวไห่หนิงอ้าปากก็จะเลี้ยงภรรยาน้อย ยังจะให้ข้าแต่งไปแล้วต้องยอมหลีกทางให้อนุภรรยาอีก
พวกนายทุนยังไม่ไร้ยางอายถึงขั้นเปิดเผยว่าโปรดอนุภรรยามากกว่าภรรยาหลวงโดยไม่อายฟ้าดินเลย เขาหยิ่งยโสโอหังเช่นนี้มิใช่ท่าทีแบบพวกนายทุนใหญ่หรอกหรือ?
ท่านพ่อขอรับ หากท่านจะเห็นแก่ข้าจริง ๆ ครอบครัวเช่นนี้ก็ไม่ควรให้ข้าแต่งไปเด็ดขาด
สามีโปรดอนุภรรยามากกว่าภรรยาหลวงยังหน้ามืดตามัวมาหาเรื่องถึงบ้าน แม่ผัวส่งเสริมคนชั่วทำลายสามัญสำนึกของมนุษย์ ถ้าข้าแต่งเข้าไปจริง ๆ สักวันคงไม่ต่างอะไรกับพวกสตรีในตระกูลใหญ่ยุคโบราณ จะตายยังไงก็ไม่รู้เลยนะขอรับ!!!”
หากไม่ใช่เพราะจ้าวไห่หนิงทำเรื่องต่ำช้าเกินไป เด็กสาวจิตใจสูงส่งคนเดิมก็คงไม่โกรธตายไปต่อหน้าต่อตา
นางไม่ใช่เด็กสาวตัวเล็ก ๆ ที่มีนิสัยโกรธแล้วทำร้ายแต่ตนเอง หากไม่อยากให้นางดี ก็อย่าหวังให้ใครดีกันทั้งนั้น!
ทันทีที่คำพูดของเซี่ยหลีหลุดออกมา อากาศพลันเงียบสงัด แม้แต่เซี่ยเจี้ยนกั๋วก็ไม่ไล่ตามบุตรสาวแล้ว
สีหน้าของทุกคนล้วนอัปลักษณ์ยิ่งนัก
จ้าวกั๋วเหนียนซึ่งตั้งแต่เดินเข้ามาไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ มีใบหน้าเคร่งขรึมหันมองจ้าวไห่หนิง น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความบีบคั้นอยู่หลายส่วน
“เรื่องที่หลีหลีพูด เป็นความจริงหรือ?”
