ผู้อำนวยการเซี่ยนับเป็นคนที่เชี่ยวชาญการอ่านใจคนอยู่แล้ว เพียงแวบเดียวก็มองออกว่าเซี่ยหลีกำลังหมั่นไส้ขึ้นมาแล้ว
แต่ก็จริงอยู่ที่เขาเป็นห่วงความปลอดภัยของซูเปอร์คอมพิวเตอร์และเหล่านักวิจัยทั้งหลายรวมทั้งเซี่ยหลี
ต่อให้โอกาสจะน้อยแค่ไหน ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีโอกาสเลย ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ยังพอไปวัดไปวาได้ แต่ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาแม้เพียงนิดเดียว เขาจะสำนึกผิดยังไงก็ไม่ทันแล้ว!
ผู้อำนวยการเซี่ยเม้มริมฝีปากเบา ๆ แล้วถอนหายใจยาว กล่าวด้วยน้ำเสียงอ้อม ๆ ค้อม ๆ ว่า "เราไม่ใช่เอาความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่งหรือไง
นักวิจัยทั้งหลายอยู่ที่นี่ก็เปรียบเป็นสมบัติล้ำค่าของประเทศ ใครเป็นอะไรไปสักคนฉันก็ต้องเป็นห่วงทั้งคน
จงฮัวไม่มีวันขาดพวกคุณซึ่งเป็นหลักเสาหลักเมืองได้!"
เซี่ยหลีฟังแล้วก็ผูกคำพูดของผู้อำนวยการเซี่ยเข้ากับความจำใจของพวกมนุษย์ทำงาน พนักงานขายของทำของหายก็ต้องชดใช้ราคาเต็ม ถ้าจ่ายไม่ไหวก็เป็นเรื่องใหญ่ทั้งเรื่อง
เธอถอนหายใจในใจ แล้วก็พูดออกมาเพียงว่า "เรากำลังทำการทดลองอยู่นี่นา ถ้าไม่จำลองฉากตามความจริงที่สุด ตอนที่ต้องขึ้นเรือจริง ๆ จะไม่กลายเป็นปัญหาอีกหรือ?
ตอนนี้เราแค่ใช้อุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าที่ต่ออนุกรมกันแทนอุปกรณ์ที่จะใช้จริงขั้นสุดท้าย ของพวกนี้แม้จะเกิดพายุแม่เหล็กขึ้น แต่เพราะอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าแต่ละชิ้นค่อนข้างเล็ก พลังทำลายก็ไม่ถึงกับมากขนาดนั้น
แต่พอถึงตอนที่เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ลงน้ำทดสอบ ที่นั่นใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้านิวเคลียร์แน่นอน พลังระเบิดของมันยิ่งใหญ่กว่าพายุฝนฟ้าคะนองตอนนี้มากกว่าตั้งเยอะ แล้วจะไม่ทดลองเลยหรือ?"
พูดจบก็ทำทีเป็นยอมสัมปทาน ถอนหายใจแล้วเสนอว่า "งั้นถ้าคุณกลัวนักวิจัยพวกนี้เดือดร้อน ก็ไล่พวกเขากลับไปให้หมดสิ ฉันอยู่ที่นี่กับอีกฝ่ายรอดูผลลัพธ์ขั้นสุดท้ายด้วยกันก็ได้"
