สัญญาสันติภาพครั้งนี้เอนเอียงมาทางฝั่งหัวเซี่ยเป็นส่วนใหญ่ หรือจะพูดอีกแบบก็คือ สัญญาสันติภาพครั้งนี้ถือเป็นการทำให้สิทธิเท่าเทียมกันขึ้นบ้างสำหรับหัวเซี่ย
ก่อนหน้านี้หัวเซี่ยไม่เคยมีสิทธิเสรีภาพอะไรเลยในเวทีโลก
นักวิจัยของหัวเซี่ยต่อให้ถูกโจมตี ถ้าฝ่ายนั้นไม่รับผิด หัวเซี่ยก็ทำได้แค่ประณามผ่านสาธารณะ แล้วอดกลืนหน้าแดงๆ ไม่มีวิธีการอื่นใด
แต่ครั้งนี้สถานการณ์กลับกันสิ้นเชิง ฝ่ายรุกกับฝ่ายรับสลับที่กันหมด
แม้ว่าสิ่งที่หัวเซี่ยได้รับจะเป็นเพียงความเคารพที่หัวเซี่ยสมควรได้รับอยู่แล้วก็ตาม แต่ผลลัพธ์นี้สำหรับหัวเซี่ยก็ถือเป็นผลสำเร็จที่ยิ่งใหญ่หาได้ยากยิ่ง
สำหรับพวกชาวต่างชาติที่มักจะเหิรเกริกเหนือหัวคนอื่นมาตลอด ครั้งนี้ก็นับเป็นความอัปยศอย่างยิ่ง
ชาวต่างชาติจำนวนมากโกรธจนใจสั่นขวัญหนี แม้อาหารเลี้ยงของกระทรวงการต่างประเทศก็ไม่แม้จะนั่งทานให้จบ ก็รีบรุดจากไป