เซี่ยหลีเปิดปากพูดไม่หยุดปาก เรื่องจะปล่อยเฉียวฟางเจิ้งไปแบบง่าย ๆ คงไม่มีในชาตินี้
เธอก้าวขึ้นหน้าหนึ่งก้าว สายตามองตรงเข้าไปที่อีกฝ่ายโดยไม่หลบไม่หลีก ยังคงถามต่ออย่างกดดันไม่ยอมผ่อนประลอย "ภารกิจอาจเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการทางทหารฉุกเฉิน อย่างการช่วยเหลือต่อต้านผู้ก่อการร้ายหรือภารกิจสำคัญอื่น ๆ การล่าช้าหรือไม่ไปถึงก็อาจก่อให้เกิดผลร้ายแรงจริง
แต่เธอไปโรงเรียนสาย นั่นมันเกี่ยวกับชีวิตคนตรงไหน!? ไปโรงเรียนสายแล้วมันทำให้คนตายได้เหรอ? เธอลองตายให้ฉันดูสักคนสิ!!"
เธอใช้นิ้วชี้จิ้มลงที่พื้นดินเบื้องหน้าตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า น้ำเสียงเข้มงวดขึ้นอีกหลายระดับ "แม้เธอจะตายตรงนี้ ชีวิตเธอก็ยังไม่เท่าชีวิตคนสามหมู่บ้านใต้เขื่อน!
ในการฝึกทางทหารก็ย้ำเสมอว่า 'ต้องปรับตัวตามสถานการณ์' และ 'ตัดสินใจด้วยตนเอง'
ถ้าภารกิจไม่ได้เร่งด่วนถึงขั้นเสี้ยววินาทีก็ไม่ได้ ทหารย่อมประเมินลำดับความสำคัญได้ มีดุลยพินิจของตัวเองบ้าง
เธอเป็นครูฝึกของโรงเรียน ไม่ใช่เหรอ? ไม่บอกว่าโรงเรียนของเธอไม่สอนเรื่องนี้เลยนะ ให้ทหารมองชีวิตความปลอดภัยของประชาชนที่กำลังถูกคุกคามแล้วนิ่งเฉยแบบนั้นจริง ๆ เหรอ!?
คำปฏิญาณของทหารคือปกป้องประเทศและประชาชน ดังนั้นการคุ้มครองชีวิตผู้บริสุทธิ์จึงเป็นคุณค่าพื้นฐานของทหาร
แล้วคุณค่าของเธออยู่ที่ไหนล่ะ!?"
เซี่ยหลีถามกลืนไม่กลายต่อเนื่องทีละประโยค ก้าวต่อก้าวไม่ยอมถอย อยากจะดันคนตรงหน้าชนกำแพง เอาขึ้นแขวน แล้วขุดหลุมฝังทิ้งเสียให้รู้แล้วรู้รอด
ปกติเธออาจไม่ค่อยรักษาระเบียบ ก็ไม่ค่อยทำตามข้อบังคับทหารสักเท่าไร แต่ทุกคาบเรียนกลางคืนเธอไปเรียนไม่เคยขาด อะไรที่สอนในห้องเรียนเธอจำได้แม่นยิ่งกว่าใคร พอเอามาทะเลาะกับคนก็ยังเถียงได้มีเหตุมีผล ไม่กระทบกระเทือนสักนิด