บรรยากาศพลันเงียบงันลงชั่วขณะ
ครู่ต่อมา เสิ่นเยวียนถอยกรูดอย่างฉับพลัน เซี่ยจิ่นอวี้ลุกพรวดขึ้นยืน
“พี่รอง—”
“องค์ชายรอง ท่านหมายความว่าอย่างไร!”
“ใต้เท้าเสิ่นอย่าเข้าใจผิด” เซี่ยเฉิงเจ๋อเชยคางเสิ่นเยวียนขึ้น ยิ้มแย้มกล่าวว่า “ร่างกายของข้ายามนี้ไม่ค่อยแข็งแรงนัก ทว่าในราชสำนักยังมีหนอนบ่อนไส้ไม่น้อย คอยกัดกินชะตาของราชวงศ์เจี้ยนอัน ข้าหวังว่าเจ้าจะติดตามองค์รัชทายาท คอยถวายความจงรักภักดีและรับใช้พระองค์”
เสิ่นเยวียนชะงักงัน สีหน้ายิ่งลึกล้ำขึ้นขณะมองเซี่ยเฉิงเจ๋อ
เขาคิดว่าเซี่ยเฉิงเจ๋อผู้หวนคืนชาติมาเกิดต้องการดึงตนเข้าพวก จึงกล่าววาจาเมื่อครู่ออกมา ถึงขั้นเตรียมใจจะปฏิเสธอย่างเด็ดขาดแล้ว ใครจะคิดว่าเซี่ยเฉิงเจ๋อกลับผลักไสเขาไปอยู่ข้างองค์รัชทายาทด้วยตนเอง
เพราะเหตุใด?
เซี่ยเฉิงเจ๋อในชาติก่อนแสดงเจตนาต้องการดึงเขาเข้าพวกอย่างชัดแจ้งหลายครั้ง อีกทั้งรู้ดีว่าเขาจะช่วยองค์รัชทายาทได้มากเพียงใด หากเซี่ยเฉิงเจ๋อฉลาดสักหน่อย ย่อมไม่ยอมเลิกล้มการดึงตัวเขา เพื่อป้องกันไม่ให้เขาไปเข้ากับฝ่ายองค์รัชทายาท
บัดนี้กลับผลักไสเขาออกไป ตกลงแล้วคิดจะทำสิ่งใดกันแน่?
หรือกลัวว่าหากเขาเข้าพวกแล้ว จะเปลี่ยนทิศทางของชาติก่อน? เซี่ยเฉิงเจ๋อเองก็คิดจะอาศัยแนวทางจากชาติก่อนวางแผนล่วงหน้า เพื่อโค่นองค์รัชทายาทอย่างรัดกุมไร้ช่องโหว่หรือ?
เดิมทีเมื่อครู่เสิ่นเยวียนยังคิดว่าความเห็นของเซี่ยเฉิงเจ๋อต่อราชสำนักและอี้โจวทำให้เขาก้าวหน้าขึ้นมากหลังกลับชาติมาเกิด แต่ดูท่าแล้ว เขายังคงโง่เขลาไร้ความสามารถดังเดิม
ดูท่าเขาคงระแวงเกินไป
เสิ่นเยวียนถอยไปหนึ่งก้าว กล่าวเสียงหนักแน่นว่า “กระหม่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ ไม่ต้องให้องค์ชายรองทรงกังวลพ่ะย่ะค่ะ!”
เขาจะไปสวามิภักดิ์ต่อองค์รัชทายาทเอง ไม่จำเป็นต้องให้เซี่ยเฉิงเจ๋อเข้ามายุ่งจนเกินเหตุ!
เซี่ยจิ่นอวี้ก้าวเข้ามาเช่นกัน จับมือเซี่ยเฉิงเจ๋อไว้ “พี่รอง ข้าไม่ต้องการผู้อื่น ขอเพียงพี่รองอยู่เป็นเพื่อนข้าก็พอ”
