ลู่หลิงปลอบซือเริ่นอยู่สองวันเต็ม กว่าจะทำให้เขาคลายความหวาดระแวงในใจลงได้บ้าง
อิทธิพลของฝันร้ายส่งผลกับเขาหนักหนาเกินไป
เดิมทีเขาก็อยู่ในช่วงติดสัด ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ไม่เต็มที่ ซ้ำยังถูกวิญญาณประหลาดเล่นงานซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิ่งในภาพหลอนกัดกินจิตวิญญาณเขาครั้งแล้วครั้งเล่า
"ลู่หลิง ผมคิดว่าคุณคงต้องพูดอีกครั้งนะ"
ลู่หลิงยังกึ่งหลับกึ่งตื่น ก็เริ่มท่องออกมาอย่างเลื่อนลอย
"มนุษย์สัตว์ที่ฉันรักที่สุดคือซือเริ่น ฉันหวังจะอยู่กับคุณตลอดไป ไม่ว่าภายหน้าฉันจะฝึกสัตว์อีกกี่ตัว ฉันก็จะรักคุณเป็นพิเศษ ภักดีต่อคุณเพียงผู้เดียว ไม่ยอมปล่อยมือจากคุณชั่วชีวิต..."
สิ้นเสียงสวดครั้งที่สี่สิบห้า
ซือเริ่นดึงลู่หลิงเข้ามาในอ้อมกอด ใบหน้าเล็กของลู่หลิงซบลงกับอกเขา ช่วงที่ไม่ได้ออกแรงนั้นนุ่มสบายเหลือเกิน
หล่อนเม้มปากเบาๆ แล้วถูแก้มกับอกเขา "ฮี่ฮี่ นมใหญ่จังเลย"
ลู่หลิงลืมตาขึ้น ปล่อยให้ซือเริ่นอุ้มไปล้างหน้าแปรงฟัน
จนถึงตอนนี้ หล่อนแทบไม่เคยใช้พลังของผู้ฝึกสัตว์ออกคำสั่งอะไรเลย
เหมือนทุกครั้ง ซือเริ่นจะเป็นฝ่ายจัดการทุกอย่างให้หล่อนอย่างกระตือรือร้น ครบถ้วนไม่มีขาดตก
ลู่หลิงแปรงฟันไปพลาง มองปานรูปจันทร์บนข้อมือของทั้งคู่ ถ้าเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยทั่วไป ซือเริ่นตอบตกลงโดยไม่ต้องคิดเลยสักนิด
ลู่หลิงแยกไม่ออกเลยว่าเขาได้รับอิทธิพลจากพลังจิต หรือเขาเต็มใจทำเองกันแน่
