ยื่นมือไปหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวเรียบ
หลินรั่วหว่านห่อโทรศัพท์มือถือไว้ แล้วคิดจะให้ซ่อมในเช้าวันพรุ่งนี้
เมื่อเห็นเช่นนั้น เสิ่นเจียหลี่ก็นั่งลงบนเตียงใหญ่ของหลินรั่วหว่านอย่างเป็นธรรมชาติ เธอไขว่ห้าง มือข้างหนึ่งเท้าคาง แววตาเป็นประกายสดใส
เมื่อก่อน เสิ่นเจียหลี่ไม่เคยพินิจมองภรรยาของตนอย่างจริงจัง ทั้งคู่ต่างคนต่างได้สิ่งที่ต้องการ เมื่อใช้เสร็จก็โยนทิ้ง
แต่ตอนนี้มองดู หลินรั่วหว่านเป็นสาวงามแบบคลาสสิกโดยแท้
และก็ดีกับเธอจริง ๆ ด้วย
การได้ครอบครองภรรยาเช่นนี้ คนส่วนใหญ่คงได้แต่ยิ้มในฝันยามค่ำคืน ขอบคุณสวรรค์ที่ประทานพร
ก่อนหน้านี้เธอช่างเกลียดชังการบังคับแย่งชิงอย่างไร้เหตุผลของหลินรั่วหว่านนัก
เกลียดที่หลินรั่วหว่านไม่เคยบอกอะไรกับเธอเลย กลับยื่นข้อตกลงที่ทำให้เธอปฏิเสธไม่ได้ต่อหน้า
จัดแจงโรงพยาบาลให้คุณอาไว้ล่วงหน้า จัดหาแพทย์เจ้าของไข้ที่ดีที่สุด ห้องพักผู้ป่วยวีไอพีที่ดีที่สุด
โดยไม่ปรึกษาเธอสักคำ
เธอถูกปิดบังอยู่ในความมืด จำต้องยอมรับทุกสิ่ง
เหมือนกับตอนที่บริษัทตกอยู่ในภาวะคับขัน ราวกับ "เหยื่อ" ที่ถูกปั่นหัวเล่นเป็นตัวตลก
เศษแก้วบนพื้น หลินรั่วหว่านใช้เก้าอี้บังไว้ เธอคิดจะให้คนใช้มาจัดการในวันพรุ่งนี้
หลังจากจัดการสิ่งเหล่านี้เสร็จ หลินรั่วหว่านถึงได้สังเกตว่าเสิ่นเจียหลี่ยังคงนั่งอยู่ตรงขอบเตียงของเธอ
ยามค่ำคืน มีเพียงเสิ่นเจียหลี่กับเธอสองคน เรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อไป ไม่ต้องพูดก็รู้อยู่แก่ใจ
หลินรั่วหว่านครุ่นคิด ยังดีที่อุปกรณ์ป้องกันในลิ้นชักยังไม่หมดอายุ
อย่างน้อย เมื่อเสิ่นเจียหลี่ร้องขออะไรเล็กน้อย เธอจะได้ไม่ถึงขั้นตอบสนองความต้องการของภรรยาไม่ได้
นั่นมันไร้ความสามารถเกินไป
เวลาทำเรื่องเช่นนี้ หลินรั่วหว่านจะไม่เอ่ยปากเรียกร้องก่อน ปกติแล้ว เสิ่นเจียหลี่จะเดินเข้ามาแล้วจูบเธอทันที
สองมือถลกเสื้อผ้าของเธออย่างทะมัดทะแมง
ไม่มีบทนำที่อ่อนโยนเป็นพิเศษ
เสิ่นเจียหลี่ตรงเข้าเรื่องเลย
หลินรั่วหว่านจับมือของเธอไว้ แต่เสิ่นเจียหลี่เพียงใช้หลินรั่วหว่านเป็นของเล่นที่มีอุณหภูมิ เพื่อบรรเทาความอ้างว้างยามวิกาล
เมื่อเข้าถึงอารมณ์ เสิ่นเจียหลี่จะเปลี่ยนไปอย่างมาก มีความอบอุ่นเผยออกมาเล็กน้อย
ไม่อาจรู้ได้ว่าเป็นเพราะระบายความแค้น หรือเพราะรักเธอ
เสิ่นเจียหลี่ชอบกัดหูขวาที่ได้ยินเพียงเสียงแผ่วเบาของหลินรั่วหว่าน
หลินรั่วหว่านไม่รังเกียจ กลับติดใจในรสชาตินั้น
นึกอยากให้เสิ่นเจียหลี่ทรมานเธอให้มากขึ้นอีก
ถึงเช่นนั้น หลินรั่วหว่านก็สามารถเก็บเศษเสี้ยวหลักฐานที่ว่าภรรยายังคงรักเธอได้จากคำพูดเพียงเล็กน้อย
ว่าเธอไม่ใช่ตัวตลกที่ต้องอยู่เฝ้าห้องอันว่างเปล่าเพียงลำพัง
_
เห็นท่าทางตกตะลึงของหลินรั่วหว่าน
เสิ่นเจียหลี่ก็เปิดผ้านวมขึ้น แล้วเอนกายลงบนเตียง
เสิ่นเจียหลี่ว่า: "ยาฉันกินแล้ว ไม่ติดต่อถึงเธอหรอก"
"ระบบควบคุมอุณหภูมิห้องของฉันเสีย นอนสองคนอุ่นกว่า"
ระบบห้าคงที่ไม่ได้เสีย นี่เป็นข้ออ้างที่เสิ่นเจียหลี่หาเอง
หลังจากกลับจากงานแต่งงาน เสิ่นเจียหลี่ได้พบกับภรรยาผู้ล่วงลับที่จากไปหนึ่งเดือนอีกครั้ง
ในใจของเธอค่อย ๆ ก่อเกิดความรู้สึกพึ่งพา ต้องการยืนยันให้แน่ใจว่าหลินรั่วหว่านยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ อุณหภูมิร่างกายไม่ต่างอะไรกับคนปกติ
ไม่ใช่ศพที่เย็นเยียบอีกต่อไป
ไม่ว่าจะนวดใบหน้าของเธออย่างไร ก็ไม่มีการตอบสนองใด ๆ
ชาติก่อน เธอเป็นเหตุให้ภรรยาของตนต้องตายโดยอ้อม ดังนั้น เพื่อตอบแทนอย่างยุติธรรม เธอจำเป็นต้องชดใช้
เสิ่นเจียหลี่ไม่เคยชอบเป็นหนี้ใคร
ในช่วงสามปีนี้ เสิ่นเจียหลี่ไม่ได้ตั้งใจจะใช้ชีวิตอย่างมีระยะห่าง เธอจะยื่นมือเข้าช่วย ให้หลินรั่วหว่านฟื้นความมั่นใจกลับคืนมาทีละน้อย
ให้หลินรั่วหว่านเลิกนิสัยที่ว่า เมื่อได้รับความอบอุ่นเล็กน้อยจากใครก็จะใช้ทุกวิถีทางเพื่อรั้งคนผู้นั้นไว้ กลัวว่าอีกฝ่ายจะทอดทิ้งความรู้สึกไม่มั่นคงนั้น
สามปีต่อมา สัญญาสมรสสิ้นสุดลง
เธอก็จะสามารถจาก 'ภรรยาผู้ล่วงลับ' ที่ยอมตายเพื่อเธอไปได้อย่างไม่มีความรู้สึกผิด ปล่อยให้หลินรั่วหว่านไล่ตามความสุขใหม่
รั่วหว่านเอ๋ย ถึงตอนนั้น เธอคงไม่ยึดติดกับฉันอีกแล้ว
ในสายตาเธอจะมีโลกที่กว้างใหญ่ ยิ่งใหญ่กว่า
ภรรยาที่รักของฉัน ได้โปรดใช้ชีวิตให้ดี อย่าตายเพื่อฉันอีกเลย
มันไม่คุ้มค่าหรอก
-
เมื่อฟังคำโกหกที่ออกจะเหลวไหล หลินรั่วหว่านก็นิ่งเงียบ เธอนึกไม่ออกเลยว่าเสิ่นเจียหลี่เป็นอะไรไป
แต่เธอไม่อยากทำให้ภรรยาโกรธ ไม่อยากให้เสิ่นเจียหลี่ไม่สนใจเธอไปอีกหลายวัน หลินรั่วหว่านจึงยอมจำนน
เธอนอนลงตรงขอบเตียง
ทั้งสองคนเว้นระยะห่างเหมือนมีทางช้างเผือกมากั้นกลาง
เปิดร้านมิเชล ไอซ์ ซิตี้ เพิ่มอีกทั้งรั่วซิ่ง กู่หมิง ก็ยังได้
เสิ่นเจียหลี่: "..."
เตียงกว้างกว่าสองเมตรนี้ หลินรั่วหว่านกลับนอนได้น่าขายหน้าเช่นนี้ เธอกลัวภรรยาขนาดนั้นเลยหรือ?
นี่มันไม่ได้เรื่องจริง ๆ
หลินรั่วหว่านที่ปิดตาลงทำเป็นหลับใหล ในใจรู้สึกประหม่าไม่หยุด ด้านหนึ่งเธอระงับมุมปากที่ยกยิ้มไว้ไม่อยู่ คิดว่าเสิ่นเจียหลี่แทบจะไม่เคยเสนอตัวมานอนเตียงเดียวกันกับเธอ
อีกด้านหนึ่ง หลินรั่วหว่านก็เดาไม่ถูกว่าทำไมจู่ ๆ เสิ่นเจียหลี่ถึงดีกับเธอเช่นนี้
ในช่วงเวลาเดียวกันของชาติก่อน เสิ่นเจียหลี่กำลังเกลียดเธอพอดี ถึงขนาดกลับบ้านดึก ๆ ก็ยังไม่ทักทายเธอ
อาหารเช้าก็ไม่เคยกินด้วยกัน เข้าและออกงานก็สลับเวลา ใครมองก็เห็นว่าเป็นการหลีกเลี่ยงเธออย่างจงใจ
นอกจากจะเจอกันในบริษัท เสิ่นเจียหลี่ก็จะเกรงต่อสายตาภายนอกที่มีต่อตระกูลหลินและชีวิตสมรสครั้งนี้ จึงพยักหน้าทักทายเธอ แววตาระยับยิ้มเอ่ยคำหวานเย้ายวนสองสามประโยค
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการแสดงให้ลูกน้องดูเท่านั้น
หลินรั่วหว่านไม่เคยครอบครองความอ่อนหวานของเสิ่นเจียหลี่เลย
นั่นคือสิ่งที่เธอไล่ตามในชาติก่อน จนตายก็ยังไม่เคยได้มา
ระหว่างที่คิดฟุ้งซ่าน น่องเรียวของหลินรั่วหว่านก็ถูกเตะเบา ๆ
จากนั้นก็มีเสียงอู้อี้ของเสิ่นเจียหลี่ดังข้างหู: "รั่วหว่าน เขยิบมาใกล้หน่อย"
"ฉันหนาว"
เสียงนั้นพร่ามัวมาก หลินรั่วหว่านจึงไม่ได้ถอดเครื่องช่วยฟังเพื่อป้องกันไม่ให้ได้ยินสิ่งที่เสิ่นเจียหลี่พูด
นี่...ถือเป็นการเชื้อเชิญหรือเปล่า?
หลินรั่วหว่านลุกขึ้น หยิบของจำเป็นจากลิ้นชัก เธอเชื่อฟังอย่างว่าง่ายเขยิบเข้าไปใกล้เสิ่นเจียหลี่จริง ๆ
เสิ่นเจียหลี่ที่หลับตาลงรออยู่นาน ได้ยินเพียงเสียงซ่าซ่าอุบอิบของหลินรั่วหว่านอย่างเนิบนาบ พอดีจะเอ่ยปากเร่ง
หลินรั่วหว่านที่พ่วงพาไออุ่นจากท่อนแขนก็ทับลงบนหน้าท้องน้อยของเธอ โอบรอบเอวของเธอไว้
ริมฝีปากบางเฉียบชิดใกล้เข้ามา
"เจียหลี่"
น้ำเสียงครานี้ออกเสียงชัดเจน อ่อนโยนอย่างยิ่ง ไร้ซึ่งน้ำเสียงที่อ้อแอ้
เสิ่นเจียหลี่ยังไม่ทันโต้ตอบ แผ่นพลาสติกก็เสียดสีผ่านหน้าท้องของเธอ ผ่านเนื้อผ้าสบอาบน้ำแบบบาง
เสิ่นเจียหลี่ที่เคยมีสัมพันธ์กับหลินรั่วหว่านก็พลันเข้าใจในทันทีว่าวันนี้ภรรยาของเธอตีความหมายของวันนี้ผิดไป
เดี๋ยว...วันนี้เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายจริง ๆ กินยาแก้หวัดเข้าไป อาการไม่สบายยังไม่ทุเลาลง
ถ้าหลินรั่วหว่านมีสัมพันธ์กับเธอ ก็ยากจะหลีกเลี่ยงไม่ให้ติดหวัด
ตั้งแต่เด็กกายาของหลินรั่วหว่านก็อ่อนแอ ป่วยกระปวกกระเปีย ราวกับคุณหนูหลิน
ถ้าป่วยขึ้นมา เกรงว่าคงต้องนอนแซ่วอยู่บนเตียงอีกเป็นสิบวันครึ่งเดือน
สมองเฉื่อยชาไปหมด มือที่เสิ่นเจียหลี่ยื่นออกไปทัดทานยังไม่ทัน ริมฝีปากเย็นชืดของหลินรั่วหว่านก็กดจูบลงมา
หลินรั่วหว่านหลับตาลง ลุ่มหลงในอุณหภูมิของภรรยาอย่างยิ่ง
ปลายนิ้วร่ายรำ สองมือของหลินรั่วหว่านหยุดอยู่ที่เอวบางของเสิ่นเจียหลี่ อุณหภูมิระอุขึ้นระหว่างคนทั้งคู่
หลินรั่วหว่านยากจะหักห้ามใจ
เสิ่นเจียหลี่อ้าปากเพื่อห้าม พอกำลังจะห้ามไม่ให้หลินรั่วหว่านล้ำเส้นเกินไป ก็ถูกหลินรั่วหว่านกลืนกินเข้าไปเสียอีก
ปลายผมเปียกหมาดร่วงลงบนร่องไหปลาร้า เกิดอาการจั๊กจี้ซู่ซ่าคันยุบยิบแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
เสิ่นเจียหลี่ชอบหาให้หลินรั่วหว่านปฏิบัติหน้าที่ระหว่างภรรยาที่พึงมี ก็เพราะอีกฝ่ายมีจิตใจในการบริการมากเกินไปนี่เอง
ทั้งร่างอ่อนนุ่มดุจสายน้ำ ไม่เคยบังคับขู่เข็ญเธอ ถึงแม้หูจะไม่ได้ยิน แต่ก็อาศัยดวงตาคู่สวยคู่นั้นสังเกตสีหน้าของเธอ
แสวงหาจุดสมดุลระหว่างกัน
ทำให้เธอเป็นสุข ทำให้เธอรัญจวนใจ
นี่ดีกว่าการลงมือจัดการด้วยตัวเองด้วยของเล่นมากนัก
เสิ่นเจียหลี่: "พอแล้ว รั่วหว่าน...หยุดก่อน..."
ฉวยจังหวะที่หลินรั่วหว่านผ่อนออกอย่างยากลำบากได้ เสิ่นเจียหลี่ก็ยกมือขึ้นปิดปากที่แนบเนียนจนเหลือเชื่อคู่นี้ของหลินรั่วหว่าน
หน้าผากของเธอเริ่มซึมเหงื่อบางเบา แก้มสองข้างของเสิ่นเจียหลี่ระเรื่อด้วยสีชมพูบาง น้ำเสียงเจือความชุ่มชื้น: "รั่วหว่าน ไม่ได้นะ คืนนี้ไม่ได้"
หลินรั่วหว่านที่ถูกยับยั้งไว้ ชะงักการแกะซอง เธอสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าเสิ่นเจียหลี่ต้องการ
แต่ไม่รู้ว่าเหตุใดเสิ่นเจียหลี่ถึงต้องร้องให้หยุดอย่างแข็งกร้าว
เป็นเพราะเธอทำได้ไม่ดีพอหรือ?
เป็นเพราะเธอไปทำให้เสิ่นเจียหลี่เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?
หรือว่าเสิ่นเจียหลี่รังเกียจเธอ ไม่อยากทำต่อกับเธอ
จริงด้วย เสิ่นเจียหลี่มาที่นี่ต้องมีจุดประสงค์อื่นแน่นอน
ไม่ใช่เพื่อเธอหรอก
เธอน่าจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเสิ่นเจียหลี่เกลียดเธอ
ไม่ควรไปคาดหวังอะไรกับการแต่งงานที่กำลังจะสิ้นสุดลงเลย