“เขาตกลงกับคุณตั้งแต่เมื่อไร?” หลินฉูถังเก็บสัญญากลับใส่แฟ้มเอกสาร น้ำเสียงไม่รีบร้อน “แต่ฉันจำได้ว่าเขาเตะคุณไปหนึ่งที ตบหน้าพี่สาวฉันหนึ่งฉาด แล้วสั่งให้รปภ.ลากพวกคุณออกไป”
หวางเฉิงไห่อ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออกสักคำ
หลินซื่อฉีก้าวพรวดขึ้นมาข้างหน้า ชี้หน้าหลินฉูถัง
“หลินฉูถัง! เธอจะได้ใจอะไรนักหนา! คิดว่าแต่งกับคนจนที่เคยติดคุกแล้วจะพลิกชีวิตได้หรือไง? เธอ—”
“หลินซื่อฉี”
หลินฉูถังขัดจังหวะเธอ
เสียงไม่ดัง แต่ทุกคำหนักแน่นราวกับตอกลงพื้น
“ห้าปีก่อน ฉินฮ่าวติดคุกแทนน้องชายเธอ ห้าปีให้หลัง เธอไม่มีแม้แต่คำขอบคุณสักคำ ยังมายืนด่าเขาอยู่ตรงนี้”
เธอก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว
“เธอมีสิทธิ์อะไร?”
“เธอ—”
“ลองด่าอีกคำสิ”
หลินฉูถังยกมือขึ้น
หลินซื่อฉีเหมือนแมวถูกเหยียบหาง เธอยกมือปิดหน้าโดยสัญชาตญาณ แล้วผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว
เธอกลัวจริง ๆ
ความเจ็บแสบร้อนบนใบหน้ายังคอยเตือนเธออยู่
หลินฉูถังไม่ได้ลงมือจริง เธอลดมือลง ก่อนหันตัวไปยืนข้างฉินฮ่าว
“พวกเราไปกันเถอะ”
ฉินฮ่าวยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย แล้วเดินเคียงข้างเธอมุ่งหน้าออกไปทางประตู
ทิ้งหวางเฉิงไห่กับหลินซื่อฉียืนอยู่กลางโถง สีหน้าดูย่ำแย่ถึงขีดสุด
ผ่านไปครู่ใหญ่
หลินซื่อฉีถึงได้สติ ตะโกนเสียงแหลม
“หวางเฉิงไห่! ไหนบอกว่าพ่อคุณไปฝากฝังไว้แล้วไง! ทำไมสัญญาถึงไปอยู่ในมือไอ้หน้าผีคนนั้นได้!”
“เบาเสียงหน่อย!” หวางเฉิงไห่ร้อนใจจนเหงื่อท่วม “พ่อผมบอกแล้วว่า ผู้บังคับบัญชาของอวี๋เจิ้นตงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเขา เรื่องนี้ต้องเป็นความเข้าใจผิดแน่ ๆ...”
“เข้าใจผิดเหรอ? เซ็นสัญญากันไปแล้ว ยังจะมาบอกฉันว่าเข้าใจผิดอีก?”
