ได้ยินเสียงเรียก อวี๋เจิ้นตงจึงหันกลับไป
หวางเฉิงไห่รีบปรับสีหน้าเป็นรอยยิ้มแบบมืออาชีพ แล้วยื่นมือขวาออกไป
“สวัสดีครับ ผู้จัดการอวี๋! ผมหวางเฉิงไห่ ลูกชายของหวางฉงหมิง ก่อนหน้านี้พ่อผมเคยติดต่อทางคุณ เรื่องโครงการโอวจูครับ...”
อวี๋เจิ้นตงพยักหน้าให้อย่างสุภาพ แต่ไม่ได้ยื่นมือไปจับ
“สวัสดีครับคุณหวาง พ่อคุณติดต่อเรามาจริง แต่วันนี้ผมมีธุระสำคัญ ไว้ค่อยคุยกันวันหลังนะครับ”
“โธ่ ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกครับ...” หวางเฉิงไห่รีบขยับเข้าไปใกล้ “ผู้จัดการอวี๋ บังเอิญเจอกันทั้งที ขอเวลาคุณแค่สองนาทีเองครับ...”
หลินซื่อฉีก็ขยับเข้ามาด้วย เธอยิ้มหวานให้อวี๋เจิ้นตงอย่างตั้งใจปั้นแต่ง
“ผู้จัดการอวี๋คะ ฉันหลินซื่อฉี ลูกสาวคนโตของตระกูลหลินแห่งหลงไห่ค่ะ ส่วนคนที่สวมผ้าคลุมหน้าอยู่ข้าง ๆ คือหลินฉูถัง ลูกพี่ลูกน้องของฉัน”
เธอเน้นคำว่า “ลูกพี่ลูกน้อง” เป็นพิเศษ
พอได้ยินชื่อ “หลินฉูถัง” สีหน้าอวี๋เจิ้นตงก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
เขามองหลินฉูถังที่อยู่ข้างฉินฮ่าวแวบหนึ่ง ก่อนหันมามองหลินซื่อฉี
“ลูกพี่ลูกน้องกันเหรอครับ?”
“ใช่ค่ะ!” หลินซื่อฉียิ้มกว้างขึ้น “พวกเราสนิทกันมากค่ะ”
ท่าทีของอวี๋เจิ้นตงพลันอ่อนลงไม่น้อย
เขาครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยว่า “เอาอย่างนี้แล้วกัน เรื่องโครงการโอวจู เดี๋ยวผมให้คนข้างล่างติดต่อพวกคุณเพื่อคุยรายละเอียด”
หวางเฉิงไห่ดีใจจนแทบคลั่ง
สำเร็จแล้ว!
อวี๋เจิ้นตงรับปากแล้ว!
“ขอบคุณครับผู้จัดการอวี๋! ขอบคุณมากครับ!” หวางเฉิงไห่พยักหน้ารัว ๆ “คุณวางใจได้เลยครับ ตระกูลหลินของเราจริงใจแน่นอน...”
