พวกเขาเดินจากไปไกลแล้ว เซี่ยอวิ๋นพลันกวาดโต๊ะล้มคว่ำ เขาด้อยกว่าเฮ่อเยี่ยนชิงตรงไหนกัน?
เหล่าบ่าวไพร่ที่ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงต่างก็พากันคุกเข่าลงกับพื้นอีกครั้ง
พวกเขาเพิ่งรู้ในตอนนี้เองว่า คนที่องค์ชายพากลับมาคือฮูหยินของใต้เท้าเฮ่อเยี่ยนชิง น่าเสียดายที่ระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายโต้เถียงกัน พวกเขากลับไม่เห็นแม้แต่เงาของนาง
องครักษ์คนหนึ่งเห็นโอกาสมาถึง จึงรีบคลานเข่าออกมาสองก้าวแล้วกล่าวอย่างเดือดดาลว่า “องค์ชาย ใต้เท้าเฮ่อช่างกำเริบเสิบสานเกินไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ! กระหม่อมเห็นว่าองค์ชายควรสั่งสอนเขาสักหน่อย!”
“โอ้?” เซี่ยอวิ๋นยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม พลางปรายตามองเขา “เจ้าว่าข้าควรสั่งสอนเขาอย่างไร?”
องครักษ์รีบพูดสิ่งที่คิดไว้ออกมาจนหมด “ที่เขาบุกเข้าวังบูรพาได้ก็เพราะตำแหน่งสูง องค์ชายแค่หาเหตุลดตำแหน่งของเขา ตัดกำลังเสีย หากอยากลงมือให้เด็ดขาดกว่านี้ ก็สร้างข้อกล่าวหาขึ้นมาสักข้อ แล้วจับเขาไว้ในกำมือขององค์ชาย”
“ไม่เพียงเท่านั้น พอเขาหมดหนทางปกป้องตัวเอง ฮูหยินเฮ่อก็ไร้ที่พึ่ง นางต้องลำบากเสียบ้างถึงจะรู้ว่าองค์ชายต่างหากคือตัวเลือกที่ดีที่สุด ถึงตอนนั้นนางก็มีแต่ต้องมาพึ่งพิง...”
ยิ่งพูดก็ยิ่งได้ใจ คิดว่าตนเองจะต้องได้รับความไว้วางใจจากองค์ชายแน่
เต๋อเฉวียน ผู้ที่รู้จักเซี่ยอวิ๋นดีที่สุดซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ เห็นสีหน้าของเขาแล้วก็รู้ทันทีว่าท่าไม่ดี
เป็นดังที่คิด เซี่ยอวิ๋นฟังต่อไม่ไหวอีกแล้ว สีหน้าเผยแววขุ่นเคือง ก่อนยกเท้าเตะอีกฝ่าย “ไอ้สารเลว! เจ้าจะให้ข้ามองนางลำบากอย่างนั้นหรือ?”
องครักษ์ตั้งตัวไม่ทัน ร่างกระเด็นออกไปไกลหลายเมตร ก่อนกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง
