เซี่ยอวิ๋นมักจะขุดนางขึ้นมาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อให้นางได้สูดอากาศบริสุทธิ์
ระหว่างยื้อแย่ง มือของนางปัดไปโดนใบหน้าเขาโดยไม่ตั้งใจ เพียะ!
ภายในห้องเงียบกริบไปชั่วขณะ
เต๋อเฉวียนที่เดิมทีอยู่นอกห้องและวางตัวสงบเสงี่ยม ลอบชะโงกหน้าเข้ามามอง พอเห็นเข้าก็อ้าปากค้าง ก่อนจะนำเหล่าบ่าวรับใช้คุกเข่าลงเป็นแถบ
มีเพียงเซี่ยอวิ๋นที่ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มลึกขึ้น สายตาพร่าเลือนทอดลงมายังเตียงแคบคับ “ตบแล้ว ระบายโทสะพอหรือยัง?”
ความจริงตอนตกอับเขายังไม่เคยถูกใครตบหน้า ครั้นมีอำนาจแล้วก็ยิ่งไม่มีใครกล้าล่วงเกิน นี่เป็นครั้งแรก
ไม่รู้ว่าตบหน้าเขาแล้วรู้สึกอย่างไร เซี่ยซวี่รู้สึกชาที่มือเล็กน้อย นิ้วมือหงิกงอเข้าหากัน นางกำลังคิดว่าเขาจะโกรธจนฆ่านางหรือไม่ ก็ถูกเขาช้อนตัวขึ้นไปวางบนม้านั่งยาวที่ปูด้วยขนตัวมิงค์หิมะ
“รู้ไหมว่าที่นี่คือที่ไหน?” เซี่ยอวิ๋นสบตานาง “ที่นี่คือตำหนักบูรพา เราไม่เคยพูดเล่น เรื่องนี้จริงจัง เราอยากแต่งกับเจ้า”
เขามองเซี่ยซวี่ เซี่ยซวี่ก็มองเขา ทั้งคู่จ้องตากันอยู่ครู่หนึ่ง
เมื่อครู่นางดิ้นจนสายคาดคลายออกเล็กน้อย คอเสื้อหลวมเผยให้เห็นไหปลาร้างดงามรำไร ลมหายใจของเซี่ยอวิ๋นสะดุดไปชั่วขณะ
วินาทีต่อมา มือใหญ่ก็ปิดดวงตาของเซี่ยซวี่ไว้ “อย่ามองเราแบบนั้น”
เซี่ยซวี่กะพริบตา ขนตาปัดผ่านฝ่ามือของเขาจนรู้สึกจั๊กจี้
เพิ่งดึงมือเขาลง ก็ได้ยินเสียงเซี่ยอวิ๋นที่แผ่วหวานราวกับกระซิบแนบข้างหูว่า “ซวี่ซวี่ เจ้าเองก็คงไม่อยากให้เฮ่อเยี่ยนชิงเห็นสภาพเจ้าแบบนี้หรอกกระมัง?”
มือของเขาแตะลงบนเสื้อผ้าของนาง ดวงตาจับจ้องใบหน้าเซี่ยซวี่ตรง ๆ ราวกับต้องการจดจำทุกอารมณ์บนสีหน้าของนางไว้ในใจ
