งานเลี้ยงในวัง
เหล่าขุนนางมาถึงกันเกือบครบแล้ว เสียงดนตรีจากเครื่องสายดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย ระหว่างที่ฮ่องเต้ยังไม่เสด็จมา ทุกคนต่างจับกลุ่มสนทนาและทักทายกันไปทั่ว
แม้เฮ่อสุยจือจะอยู่ฝ่ายองค์ชายห้าและตอนนี้ไม่ได้เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ แต่เขาก็มีความสามารถโดดเด่น อีกทั้งยังต้องพึ่งพาเขาในการนำทัพออกรบ ไม่แน่ว่าวันใดอาจกลับมาผงาดได้อีก จึงมีคนเข้ามาพูดคุยด้วยไม่น้อย
ทว่าในบรรดาชายหนุ่มวัยเหมาะสมก็มีคนที่ไม่ชอบขี้หน้าเขาอยู่เช่นกัน ใคร ๆ ต่างรู้ว่าอันรั่วฉิงงดงามราวบุปผา ทั้งยังเป็นหญิงงามผู้มีความสามารถอันดับหนึ่ง สตรีเช่นนี้กำลังจะแต่งให้เฮ่อสุยจือ แล้วพวกเขาจะทำใจได้อย่างไร?
เมื่อเอ่ยถึงอันรั่วฉิง เนื่องจากงานเลี้ยงนี้ไม่ได้แยกที่นั่งชายหญิง นางจึงนั่งลงตามหลังบิดา ดวงตากลมโตสดใสเป็นประกาย ยามเหลือบมองไปยังเฮ่อสุยจือที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็มีรอยยิ้มแต้มอยู่ในดวงตา
นับจากถูกเฮ่อเยี่ยนชิงเปิดโปงคราวก่อน นางก็หวาดกลัวอยู่ทุกวัน น่าเสียดายที่ตอนเลือกคนระหว่างทั้งสองในคราวก่อน นางทำให้องค์ชายสามขุ่นเคืองเข้าเสียแล้ว ตอนนี้จึงทำได้เพียงเกาะเฮ่อสุยจือไว้ไม่ปล่อย
หัวใจของเฮ่อสุยจือพลันอบอวลไปด้วยความสุขอย่างเหลือล้น แม้ช่วงนี้ทุกอย่างจะไม่ราบรื่น แต่โชคดีที่เขากำลังจะได้แต่งกับหญิงในดวงใจแล้ว!
ยิ่งเห็นสีหน้าเศร้าสลดของชายหนุ่มรอบข้าง เขาก็ยิ่งได้ใจ
ในบรรดาคนเหล่านั้นมีสหายสนิทของเขารวมอยู่ด้วย สหายขยับเข้ามาใกล้ พลางจุ๊ปากสองครั้ง “ชวนให้คนอิจฉาจนเปรี้ยวปากจริง ๆ ว่าแต่คุณหนูอันชอบตรงไหนของเจ้า?”
เขาเองก็ไม่เลวเหมือนกันนี่! เหตุใดคุณหนูอันถึงไม่ชอบเขาบ้าง? ทั้งที่แต่ก่อนพวกเขาก็รู้จักนางพร้อมกันแท้ ๆ
เฮ่อสุยจือส่งเสียงฮึ “รั่วฉิงกับข้าย่อมเข้าอกเข้าใจกันดี พวกเรามีเรื่องให้คุยกันไม่รู้จบ”
