บนโต๊ะข้างเตียงมีของจุกจิกวางอยู่หลายชิ้น กับสมุดบันทึกปกหนังสีดำเล่มหนึ่ง เป้าหมายของเซี่ยซวี่จึงเปลี่ยนไปอยู่ที่สมุด บนนั้นเขียนวิธีพิชิตใจเอฟโฟร์ไว้เต็มไปหมด
ทั้งเรียกโจวอวี้ฮุยว่า “ขี้เหร่” เยาะเย้ยฉีจือหนานว่า “ไม่มีมารยาท” เสียดสีซางซวี่ว่า “เสแสร้ง” และเหน็บแนมเยวียนชิงหรานว่า “ทำตัวจริตจัด” ...
เซี่ยซวี่: ?
ว้าว ทำตามขั้นตอนครบชุดแบบนี้ ยังมีโอกาสรอดชีวิตอยู่ไหมเนี่ย?
มีของดีแบบนี้ด้วยเหรอ? เซี่ยซวี่อ่านมันราวกับตำราเรียน
เธอต้องศึกษาให้มากกว่านี้แล้ว
ผ้าม่านในห้องปิดไว้ครึ่งหนึ่ง แสงธรรมชาติส่องลอดเข้ามาเล็กน้อย
เด็กสาวเอนพิงหัวเตียง เส้นผมสยายลงสองข้าง ใบหน้างดงามจัดจ้านชวนหลงใหล ผุดผ่องจนชวนให้เกิดความปรารถนาและอยากทำลายขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครเห็นอยู่ดี
เรื่องที่เธอก่อดูเหมือนจะใหญ่โต ทว่าความจริงโจวอวี้ฮุยไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด บางทีเขาอาจได้ยินเรื่องแล้ว บางทีอาจไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ เพราะมีคนมากมายพร้อมออกหน้าแทนเขา
แต่บัญชีของเธอถูกแบนเสียแล้ว กลุ่มคนที่เหลือจึงได้แต่มองไปรอบด้านอย่างงุนงง
เธอใช้ชีวิตสบายใจอย่างนี้อยู่สามวัน
เช้าวันที่สี่ นาฬิกาปลุกดังไปห้ารอบกว่าเซี่ยซวี่จะลุกขึ้น เธอไปโรงเรียนอย่างไม่เต็มใจนัก เพราะเป็นโรคหมดอาลัยตายอยากหลังวันหยุด ไม่อยากไปเรียนเลย
ศูนย์สามห้าเห็นว่าเธอต้องเดินไกลขนาดนั้น ก็รีบบอกทางลัดให้ พาเธอเลี้ยวไปเลี้ยวมาจนวุ่นวาย
