เซี่ยซวี่ไม่สนใจเขา หลังจากศูนย์สามห้าเตือนว่าเขาเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำและรักความสะอาดมาก เธอก็ก้มหน้าดึงพู่บนผ้าห่มมาผูกเข้ากับเนกไทของเขา แล้วทำเป็นโบว์ผีเสื้อ
จากนั้นเงยหน้ามองเขาอย่างคาดหวัง
แบบนี้ก็น่าจะโกรธแล้วใช่ไหม
ฟู่เส้าหยูกลับรู้สึกว่าเธอเหมือนลูกแมวที่ถูกไหมพรมดึงดูด พอเล่นจนพอใจก็เงยหน้ามองเขาด้วยดวงตาฉ่ำน้ำ เขาไม่ได้คิดเลยว่าเธอกำลังป่วน
เขาไม่สนด้วยซ้ำว่าตอนนี้ตัวเองจะดูมอมแมมแค่ไหน ทั่วทั้งร่างมีแต่ความตามใจ มุมปากยกขึ้นเอ่ยชมเธอว่า “ซวี่ซวี่ผูกได้สวยมาก”
เซี่ยซวี่หมดหนทางแล้ว
เธอโยนของในมือลง “ฉันจะกลับแล้ว”
“ทำไมล่ะ ซวี่ซวี่จะไปหาเจียงเฝิงเหรอ?” ฟู่เส้าหยูคว้าข้อมือเธอไว้ แล้วดึงกลับมาอีกครั้ง
ฝ่ามือสัมผัสกับแผ่นหลังช่วงเอวอันบอบบาง ผิวสัมผัสเนียนละเอียดราวหยกชั้นดีจนชวนให้ลูบไล้ไม่รู้เบื่อ
เสียงของเขาทุ้มต่ำและนุ่มลึก แฝงอารมณ์บางอย่างที่กดเก็บไว้ “ซวี่ซวี่ เขายังไม่ได้รับช่วงกิจการของครอบครัวเลยสักนิด เป็นแค่คุณชายที่ยังไม่ผ่านเรื่องราวอะไรมา ตัวเองยังต้องให้คนดูแล แล้วจะดูแลเธอเป็นได้ยังไง?”
ฟู่เส้าหยูลืมข้อตกลงเป็นมิตรระหว่างสามตระกูลไปเสียสนิท แถมยังแทงข้างหลังเจียงเฝิงอย่างไม่ไว้หน้า
ถึงสิ่งที่เขาพูดจะเป็นความจริงก็เถอะ
ขณะที่ทั้งสองกำลังใช้เวลาแสนสงบสุข ทางเจียงเฝิงกลับกำลังร้อนใจจนแทบบ้า เขาค้นหาคนในห้องควบคุมกล้องวงจรปิดทีละเฟรม
เรื่องที่ทำกันเอิกเกริกขนาดนี้ แม้แต่ฉินเยี่ยนก็รู้แล้ว เขาส่ายหน้าอย่างดูแคลน ดูท่าคงไม่ต้องเห็นตระกูลเจียงอยู่ในสายตาอีก รอเจียงเฝิงขึ้นไปเมื่อไร ตระกูลเจียงก็คงเดินไปสู่ความพินาศด้วยตัวเองไม่ช้าก็เร็ว
