มือข้างหนึ่งของเขาสอดเข้าไปในเรือนผมดำขลับดุจแพรไหมของเธอ ก่อนจะกอดรัดเธอไว้แน่นอย่างไม่อาจเลี่ยงได้ เนิ่นนานทีเดียวกว่าสายตาจะเลื่อนจากริมฝีปากงามเย้ายวนลงมายังคอระหงขาวผ่อง ราวกับสัตว์ร้ายกำลังตีวงกำหนดอาณาเขต แล้วเขาก็ก้มลงหาเธออีกครั้ง
ต้องยอมรับว่าเขาสมกับเป็นราชาซอมบี้จริง ๆ เรี่ยวแรงเหลือเฟือเสียจนไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไร ดวงตาของเซี่ยซวี่ก็เริ่มพร่าด้วยม่านน้ำ เธอสูดจมูกฟุดฟิด ก่อนบิดแขนเขาอย่างโมโห
แต่กลับบิดไม่ขยับเลยสักนิด
เสียงหัวเราะอย่างเอ็นดูดังขึ้นเหนือศีรษะ จุมพิตแผ่วเบาซับหยาดน้ำตาตรงหางตาให้เธอ
เซี่ยซวี่เวียนหัวจนแทบจับต้นชนปลายไม่ถูก เธอผลักเขาอย่างเลื่อนลอย “ม่าน…”
พออวี้เฉินลุกขึ้น เซี่ยซวี่ก็ลังเลอยู่สองวินาที เตรียมจะหนีไปนอนห้องอื่นเสียให้รู้แล้วรู้รอด
ม่านหน้าต่างรูดปิดพรึ่บ มือขาวเย็นข้างหนึ่งเกี่ยวเอวเธอจากด้านหลัง ร่างร้อนผ่าวแนบชิดเข้ามา ก่อนเขาจะถอนหายใจด้วยน้ำเสียงถนอมสุดหัวใจ “ซวี่ซวี่จะหนีไปไหนได้ล่ะ?”
เซี่ยซวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนผลักหน้าเขาออกแล้วหันไปมอง ความหมายในดวงตาชัดเจนแจ่มแจ้ง
ตอนนี้บนหน้าเธอคงเขียนคำด่าไว้เต็มไปหมด
แสงในห้องสลัวเล็กน้อย ทว่าประกายแสงพร่างพราวที่ลอดผ่านร่องม่านกลับทำให้เขามองเห็นทุกอย่างชัดเจน หางตาของเธอแดงระเรื่อ งดงามจับใจ ขนตางอนงาม
อวี้เฉินหัวเราะออกมา ก่อนจูบเธออย่างรักใคร่ “น่ารักจัง”
เซี่ยซวี่ถลึงตาใส่ เขาก็ชมว่าเธอถลึงตาได้น่ารัก เซี่ยซวี่ตีเขา เขาก็กลัวว่าเธอจะเจ็บมือ เธอหมดหนทางจะรับมือ สุดท้ายจึงถูกลากกลับไปทำต่อ ข้างหูมีเสียงอวี้เฉินคอยปลอบเธออยู่ตลอด หลังจากนั้นสติของเธอก็พร่าเลือนและผล็อยหลับไป แม้แต่ในฝันก็ยังรู้สึกว่าอวี้เฉินพันพัวเธอราวกับผี
