คนที่สงสัยไม่ต่างจากเวินเหลียง ยังมีเซี่ยซวี่อีกคน
ไม่ใช่ว่าพวกนักศึกษามหาวิทยาลัยร่างกายอ่อนแออย่างพวกเขาตายกันง่ายหรอกหรือ?
นางมองสถานการณ์การต่อสู้ผ่านช่องว่างของเสื้อผ้าเฮ่อเยี่ยนชิงด้วยความอยากรู้อยากเห็น สุดท้ายสายตาก็วกไปตกอยู่ที่เซี่ยอวิ๋น
ใครจะรู้ว่าเซี่ยอวิ๋นจะเฉียบคมถึงเพียงนั้น เขาหันมามองนางตรง ๆ เซี่ยซวี่หดตัวกลับไปโดยไม่รู้ตัว เดี๋ยวก่อน นางจะหลบทำไม?
เซี่ยอวิ๋นแอบหัวเราะ
เขามองเวินเหลียงจากเบื้องบนด้วยท่าทีข่มขวัญ แล้วถามว่า “ในเมื่อรู้ว่าข้าคือองค์รัชทายาท เช่นนั้นข้าจะจัดการเจ้าได้หรือไม่?”
เวินเหลียงไม่รู้ว่าเหตุใดองค์รัชทายาทถึงช่วยพวกเขา แต่รู้ว่าอีกฝ่ายเอาจริง ทั้งยังเคยได้ยินเรื่องเล่าขององค์รัชทายาทมาก่อน เขาทรุดเข่าลงกับพื้นดังตุบ แล้วคุกเข่าถัดไปคว้าชายฉลองพระองค์เซี่ยอวิ๋น รีบร้อนเอ่ยว่า
“บ่าวรับใช้มาตามพระบัญชาของฝ่าบาท ขอองค์รัชทายาทโปรดไว้ชีวิตด้วย! ทุกคำที่บ่าวพูดเป็นความจริง!”
เซี่ยอวิ๋นยกเท้าเตะเขากระเด็น “ยังกล้าแก้ตัวอีก!”
เวินเหลียงหมอบราบอยู่บนพื้นอย่างน่าเวทนา แต่ไม่เชื่อว่าองค์รัชทายาทจะกล้าทำอะไรเขาจริง ๆ เพราะเขาเป็นคนสนิทที่ฝ่าบาทโปรดปรานที่สุด “บ่าวเป็นคนของฝ่าบาท หากจะลงโทษก็ควรให้ฝ่าบาทเป็นผู้ลงโทษ...”
ยังพูดไม่ทันจบ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะเย็น ๆ ที่แฝงความหมายดังมาจากเหนือศีรษะ
ใต้แสงจันทร์ เขาทำหน้าเคร่งขรึมแล้วสั่งเสียงเย็นชา “ขันทีเวินพาคนมาหมายลอบสังหารข้า โบยจนตาย”
ถ้อยคำแผ่วเบาร่วงลงมา ข้อหาถูกกำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว
ฝ่ามือของเวินเหลียงเย็นเฉียบในพริบตา เขาสั่นเทาไม่หยุด ความหวาดกลัวเย็นเยียบแผ่ปกคลุมทั่วร่าง เขากลิ้งคลานหนี แต่ก็ถูกคนจับตัวไว้ได้อย่างง่ายดายและลากออกไป
