รอบด้านเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง อากาศอบอวลด้วยกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง
กลุ่มคนรวมตัวกันอย่างหวาดผวา ต่างระแวดระวังไปหมด เพียงมีเสียงอะไรไหววูบก็พากันขนลุกซู่ ทุกคนคอยจับตาว่าซอมบี้จะโผล่มาจากตรงไหน
ในหมู่พวกเขามีทั้งคนที่ปลุกพลังพิเศษได้ และคนธรรมดาที่ยังไม่มีพลัง คนธรรมดาไม่มีสถานะอะไรในกลุ่ม ทำได้เพียงหดตัวอยู่ตามมุมและเกาะกลุ่มกันเพื่อให้ความอบอุ่น
ทันใดนั้น เสียงกำแพงพังครืนก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก
“มีพืชกลายพันธุ์! เร็ว! หนีเร็ว!”
หลังจากซอมบี้สามารถยกระดับได้ พืชก็เริ่มกลายพันธุ์เช่นกัน แถมยังรับมือยากกว่าเสียอีก
ทุกคนพลันแตกตื่นอลหม่าน บ้างวิ่งหนี บ้างกรีดร้อง เถาวัลย์ยักษ์หลายเส้นโบกสะบัดขึ้นลงอย่างรุนแรง ฟาดลงบนพื้นจนเกิดรอยแยกลึกเป็นทางยาวคดเคี้ยวออกไปไกล
ทำเอาทุกคนอกสั่นขวัญแขวน
ในหมู่พวกเขา ชายหญิงคู่หนึ่งที่ดูคล้ายเป็นผู้นำ หลังต่อสู้กันไปหลายกระบวนท่า สีหน้าก็เคร่งขรึม ต่างรู้ดีว่ารับมือได้ยาก
คนที่หนีไม่ทันหลายคนถูกเถาวัลย์ชูขึ้นสูง ก่อนจะฟาดลงมาอย่างแรงจนเลือดเนื้อเละเทะ
เถาวัลย์เส้นหนึ่งกำลังจะพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่ม เขากลิ้งหลบไปสองตลบ ก่อนจะคว้าคนข้างตัวขว้างออกไปอย่างไม่ทันคิด
เซี่ยซวี่เพียงเหม่อลอยไปครู่เดียว เถาวัลย์ก็พันรอบเอวเธอเข้าแล้ว ทำเอาสะดุ้งเฮือก คนอื่นมองร่างเล็กบอบบางของเธอถูกลากออกไป ต่างคิดว่าชะตาคงขาดแล้ว จึงไม่อยากมองต่อ
ในวันสิ้นโลกควรเก็บความเห็นอกเห็นใจเอาไว้ ถอนหายใจสักทีก็ถือว่าไว้อาลัยแล้ว
ใครจะคิดว่าเถาวัลย์ไม่ได้ชูเธอขึ้นสูงเหมือนคนอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ กลับชะงักไปอย่างประหลาด แล้วพาเธอไปส่งตรงหน้าแกนกลางของมัน
มันมองเธอแล้วมองอีก
จากนั้นก็ใช้เถาวัลย์เส้นอื่นพันเธอไว้อย่างระมัดระวัง ก่อนจะโบกกิ่งใบสะเปะสะปะ วิ่งหนีไป
ทุกคนงุนงงไปหมด มัน...ไปแบบนี้เลยเหรอ??
วิกฤตจบลงแบบนี้แล้วเหรอ?
เผยซือถอนหายใจโล่งอก ถ้ามันไม่ยอมไปเอง พวกเขาก็ไม่แน่ว่าจะรอดกันได้
