ไม่ใช่สิ ในห้องของเขามีของแบบนี้ได้ยังไง?
ขนตาของเธอสั่นไหวแผ่วเบา เงาทอดลงบนแก้มขาวผ่อง สัญชาตญาณทำให้เธอขยับถอยหลัง เมิ่งอวิ๋นชีคุกเข่าข้างหนึ่งบนเตียง มือใหญ่โอบรัดเอวเธอแล้วดึงกลับมา ก่อนหัวเราะหึ ๆ “อย่าขยับมั่วสิ”
เงาร่างมหึมาราวกับสัตว์ร้ายตัวโต หญิงสาวบอบบางตกอยู่ใต้เขี้ยวเล็บของสัตว์ร้ายที่กำลังจ้องจะกลืนกิน
เซี่ยซวี่ยังไม่ทันได้พูด ขอบพลาสติกในฝ่ามือก็ทิ่มมือเล็กน้อย มือของชายหนุ่มกุมมือเธอไว้ สายตาชื้นพร่าจับจ้องใบหน้าเธอไม่วางตา
ลมหายใจเริ่มปั่นป่วนและถี่กระชั้นขึ้นหลายส่วน
ข้อนิ้วของเธอชมพูระเรื่อ จนชวนให้สงสัยว่าไม่มีกระดูกหรืออย่างไร เมิ่งอวิ๋นชีเหลือบมอง ก่อนย้ายสายตากลับไปที่ใบหน้าเธอ เมื่อเห็นเธอจ้องเขาเขม็ง หัวใจก็อ่อนยวบ ความคันยุบยิบแผ่ซ่านออกมาเป็นระลอก
ร่างกายร้อนผ่าวของเขาแทบจะแนบชิดเธอ
ชายหนุ่มม้วนผมเธอเล่นพลางหัวเราะเบา ๆ คล้ายตั้งใจจะปล่อยเธอไป
แต่คำพูดกลับไม่เป็นเช่นนั้น “เด็กดี ซวี่ซวี่ แค่คืนเดียวเดี๋ยวก็ผ่านไปเร็ว”
“เดี๋ยว…”
เพิ่งเอ่ยออกมาได้สองพยางค์ เขาก็ใช้นิ้วโป้งกดริมฝีปากเธอไว้ สัมผัสชื้นแฉะใต้ปลายนิ้วชวนให้ไฟปรารถนาปะทุขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย ดวงตาของเขาลุ่มลึกลง “ถ้าไม่ใช่คำพูดน่าฟังก็ไม่ต้องพูด”
วินาทีถัดมา นิ้วมือของเขาก็ขยับออก แล้วเข้ามาแทนที่
เขากอดรัดร่างเธอแน่น ไม่เหลือช่องว่างแม้แต่น้อย มืออีกข้างประคองท้ายทอยของเธอ ทุกอย่างของเธอถูกเขากลืนกินจนหมดสิ้น เสียงเล็ก ๆ แผ่วพร่าหลุดออกมาจากลำคอ
เกินไปแล้ว!
