ระหว่างทาง มีคนไม่น้อยเห็นเซี่ยซวี่ที่อยู่ข้างพ่อบ้าน เด็กตัวเล็กนิดเดียว แถมยังน่ารักประณีตราวกับตุ๊กตา พวกเขาจึงได้แต่มองตามอย่างเหม่อลอย
กระทั่งลับสายตาไปแล้ว ถึงค่อยสบถออกมาจากก้นบึ้งหัวใจว่า
เชี่ย! พ่อบ้านไปขโมยเด็กมาจากไหนวะ?!
พร้อมกับเสียงอุทานตกตะลึงของศูนย์สามห้าที่ดังขึ้นมาราวกับอ่านใจพวกเขาได้ “โห! โฮสต์เข้ามาได้ยังไงเนี่ย?”
พ่อบ้านปรับฝีเท้าให้เข้ากับก้าวสั้น ๆ ของเซี่ยซวี่ เดินช้ามากแต่กลับเพลิดเพลินกับมัน
พอเข้ามาข้างใน เซี่ยซวี่ก็เลิกแสดงทันที เดินอ้อมพ่อบ้านไปทิ้งตัวคว่ำลงบนโซฟาหนังสีดำ
แข็งและเย็นมาก ไม่น่านั่งสบายเลย
แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรให้นอน
พ่อบ้านผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบเพียงยิ้ม เขายังเป็นเด็กอยู่เลย รอคุณฉินกลับมาแล้วค่อยอุ้มไปก็ได้ จากนั้นก็ซักถามข้อมูลจากเซี่ยซวี่อีกเล็กน้อย เช่นชื่ออะไร พ่อแม่เป็นใคร บ้านอยู่ที่ไหน
มีคนรับใช้ไม่น้อยแกล้งเดินผ่านหน้าประตูอย่างไม่ใส่ใจ อยากเห็นเซี่ยซวี่สักแวบ แต่พอพ่อบ้านปรายตามองก็รีบเผ่นหนีไป
รถโรลส์-รอยซ์คันหนึ่งแล่นผ่านประตูใหญ่เข้ามา
ฉินกวนหลานลงจากรถ แต่พ่อบ้านที่ปกติจะออกมายืนรออยู่ข้างนอกกลับไม่อยู่ตรงนั้น คนรับใช้คนอื่น ๆ ก็ดูใจลอย
เขาขมวดคิ้วช้า ๆ
วันนี้เกิดอะไรขึ้น? ไม่มีใครแจ้งเขาหรือว่าเขาจะกลับมาตอนนี้?
ข้อสงสัยนี้ได้รับคำตอบทันทีที่เขาก้าวเข้าไปในคฤหาสน์ พ่อบ้านผู้ถือตัวว่าสุขุมถึงกับลนลานไปชั่วขณะ ก่อนจะหันมาทักทายอย่างไร้ที่ติ “คุณฉินกลับมาตอนนี้ได้ยังไงครับ? จะรับประทานอาหารเลยไหมครับ?”
ฉินกวนหลานเหลือบมองชายกระโปรงลูกไม้สีเหลืองอ่อนที่โผล่พ้นหลังขาพ่อบ้านออกมาอย่างซ่อนไม่มิด ลังเลอยู่สองวินาที ก่อนจะหันกลับไปมองหน้าพ่อบ้าน “ผมจำได้ว่าแจ้งไปแล้วนะ”
