ไม่เพียงมาเสียเที่ยว ยังต้องมาอารมณ์เสียจนแทบจุกอก เผยเส้าพาซางซวี่เดินจากไป ก่อนจากยังไม่วายพูดจายั่วโมโหฉินกวนหลาน เขาหันไปบอกผู้ช่วยว่า “ฉินกวนหลานให้เงินเดือนคุณเดือนละเท่าไร ผมให้คุณสองเท่า”
เขาคิดว่าอีกฝ่ายคงดีใจจนทำอะไรไม่ถูก ใครจะรู้ว่าพอได้ยิน ผู้ช่วยกลับโบกมือปฏิเสธรัว ๆ ราวกับเขาเป็นโรคระบาด “ไม่ล่ะครับ ไม่ล่ะ งานที่ผมทำอยู่ตอนนี้ดีมากแล้ว คุณเผยเชิญครับ”
หวังว่าคุณฉินจะไม่ได้ยินนะ เขาไม่ได้คิดจะย้ายงานจริง ๆ เมื่อก่อนก็ไม่คิด ตอนนี้ยิ่งไม่คิดเข้าไปใหญ่
ใบหน้าของเผยเส้าคล้ำลงจนแทบดำสนิท
ซางซวี่ถูกเขาลากตัวออกมา ระหว่างนั้นก็หันกลับไปมองแวบหนึ่ง สีสันสดจัดจ้านเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นมู่ลี่กับผนังสีดำขาวเทา จากนั้นเธอก็มองเผยเส้าอีกครั้ง พลันเห็นแววรังเกียจจาง ๆ ในสายตา ที่แท้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพ่อของเธอก็ย่ำแย่ขนาดนี้
แต่เผยเส้าไม่ได้สังเกตเห็นเรื่องพวกนี้เลย
เขาคิดไม่ตกจริง ๆ ว่าช่วงนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมไม่ว่าจะทำอะไรก็สู้ฉินกวนหลานไม่ได้สักอย่าง
ฉินกวนหลานมองพวกเขาเป็นเพียงเรื่องแทรกเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น เขาพลิกหนังสือสอนพินอินที่เซี่ยซวี่เคยหยิบมา แล้วตัดสินใจสอนให้เธออ่านตัวอักษรสักสองสามตัวก่อน จะปล่อยให้เป็นเด็กไม่รู้หนังสือไม่ได้ ไม่อย่างนั้นแม้แต่มือถือก็ใช้ไม่เป็น
เขาดึงมือถือออกไป รอจนเซี่ยซวี่หันมาสนใจทางเขาแล้วจึงเอ่ยว่า “ซวี่ซวี่ พักผ่อนสลับกับเรียนบ้างนะ พ่อจะสอนหนูอ่านหนังสือ”
