เขาไปแล้ว แต่เซี่ยซวี่กลับนอนไม่หลับ
เดิมทีเธอตั้งใจจะขอโทรศัพท์จากเมิ่งอวิ๋นชี แต่พอออกจากห้องก็ได้ยินเสียงดังมาจากชั้นหนึ่ง เธอจึงย่อตัวหลบอยู่หลังราวระเบียง ตรงนี้มองเห็นโถงใหญ่ด้านล่างพอดี
ดูคล้ายกับสถานที่สอบสวนอะไรสักอย่าง
ใบหน้าคุ้นเคยของเมิ่งอวิ๋นชีเผยความแปลกตาที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน แสงไฟสีน้ำเงินที่ติดตั้งพาดยาวส่องลงบนใบหน้าไร้ไออุ่นของเขา
“คิดได้หรือยัง?”
ชายสามคนบนพื้นนอนระเนระนาด แต่งตัวคล้ายคนต่างแดน เสื้อผ้าประดับลวดลายเรขาคณิตและลายอาหรับที่สมมาตรกัน เป็นสไตล์ตะวันออกกลางอย่างชัดเจน
บรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
หนึ่งในนั้นขยับเข้ามาสองสามก้าว ส่งเสียงอู้อี้เหมือนอยากพูด มีคนดึงผ้าที่อุดปากเขาออก เขาจึงได้หายใจเต็มปอด ก่อนรีบร้องขอชีวิตทันที “คุณเมิ่ง ไม่ใช่ว่าผมไม่ยอมส่งของให้คุณจริง ๆ นะครับ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับผมเลย!”
เสียงแหลมแหบทำให้เมิ่งอวิ๋นชีขมวดคิ้ว ชายคนนั้นเชิดคางขึ้น ชี้ไปยังคนตรงกลางอย่างแรง “เป็นมันทั้งหมด! มันยักยอกผลประโยชน์ของคุณ แล้วยังคิดจะขายต่อให้ฮั่วลี่อีก ไม่เกี่ยวกับผมจริง ๆ!”
เขาสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัว รู้ดีว่าหากล่วงเกินเมิ่งอวิ๋นชีคงไม่มีทางรอด สู้ทำความดีชดเชยความผิดเสียยังดีกว่า
ถึงขั้นนี้แล้ว ความสัมพันธ์อะไรทั้งนั้นก็ไม่มีประโยชน์อีก ชีวิตตัวเองสำคัญกว่า ชายอีกคนจึงรีบกระโดดออกมาชี้ตัวคนผิดด้วย
เมิ่งอวิ๋นชีส่งสายตาเป็นสัญญาณ ชายสองคนถูกลากออกไป เหลือคนตรงกลางอยู่ลำพัง ไม่มีใครช่วยบังให้เขาได้อีก ความหวาดกลัวถาโถมเข้าครอบงำ หัวใจราวกับถูกเถาวัลย์รัดแน่น
