ฟางสวินกลัวความมืดมาก
ตอนนี้เขาหดตัวอยู่ในมุมห้อง แขนทั้งสองกอดเข่าตัวเองไว้ ไหล่สั่นเทา
จู่ ๆ เขาก็เหมือนจะสัมผัสได้ถึงแสงสว่าง
รวมถึงไออุ่นจากภายนอกและกลิ่นอายของผู้คนที่ทะลักเข้ามาจากทางประตู
เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น มองไปตามทิศทางของแสง เงาร่างเพรียวบางปรากฏอยู่ท่ามกลางเงาย้อนแสง ชายกระโปรงพลิ้วไหวเบา ๆ เส้นผมยาวสยายลงข้างไหล่
นางฟ้าของเขา
“หยวนเหิง...” ฟางสวินเอ่ยเสียงแหบพร่า
จากนั้นเขาก็แทบจะคลานเข้าไปหา โซเซถลาไปถึงข้างเท้าของนาง แขนโอบรอบน่อง ใบหน้าซุกลงข้างข้อเท้า ไหล่ยังคงสั่นอย่างรุนแรง
แต่การสั่นนั้นไม่ใช่เพราะหวาดกลัวอีกต่อไป หากเป็นอาการกระตุกจากความรู้สึกพังทลายและปีติยินดีที่ปะปนกัน หลังได้รับการช่วยเหลือ
“เจ้ามาแล้ว... เจ้าตามหาข้า... ข้านึกว่าจะไม่มีใครรู้ว่าข้าหายไป...” เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาเปี่ยมล้นด้วยความศรัทธาอันคลุ้มคลั่งและผิดปกติ “เจ้ามาตามหาข้าแล้ว เจ้าตามหาข้าจริง ๆ”
เขาพร่ำพูดประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมา ราวกับกำลังยืนยันเรื่องที่ไม่กล้าเชื่อ แขนยิ่งโอบรัดแน่นขึ้น ท่าทางเหมือนสุนัขที่ได้พบเจ้าของซึ่งพลัดหลงกันอีกครั้ง
หลินซวี่เหยียนกับลู่หมิงเจาขังเขาไว้ที่นี่ เขากลัวแทบตาย คิดว่าทุกคนคงลืมเขาไปหมดแล้ว
แต่ตอนนี้ เขากลับรู้สึกว่าประตูที่ถูกล็อกไว้บานนั้นเป็นลิขิตสวรรค์
