หลังเลิกเรียน มู่หรงหลิงลุกขึ้นตามปกติ เดินไปเก็บม้วนตำราและพู่กันหมึกตรงหน้าโต๊ะของหยวนเหิงให้นาง
คนในห้องเรียนเห็นเขาทำเช่นนี้จนชินตา ต่างทยอยประสานมืออำลากันเป็นกลุ่ม ๆ
หยวนเหิงยืนอยู่ข้าง ๆ รอจนเขาหิ้วถุงผ้าเรียบร้อย ทั้งสองจึงเดินเคียงกันออกไป
เมื่อเห็นเช่นนั้น อวี้เจียก็เผลอคิดจะตามไปพูดคุยกับนางอีกสักสองสามประโยค
แต่พอขยับเท้า แขนเสื้อก็ถูกใครบางคนดึงจากด้านหลัง
นางหันกลับไป ก็สบเข้ากับใบหน้าที่พยายามฝืนยิ้มของจ้าวเหยียน
“พี่หญิง” จ้าวเหยียนรีบลดเสียงพูดก่อนนางจะโกรธ “พรุ่งนี้กับมะรืนเป็นวันหยุด มะรืนหยวนเหิงจะไปร่วมงานเลี้ยงชมดอกท้อที่ซีซาน หากท่านมีเรื่องใดก็พูดกับนางให้เต็มที่ตอนนั้น เหตุใดต้องรีบร้อนในเวลาเพียงชั่วครู่ด้วยเล่า ขอพี่หญิงอดทนอีกสักหน่อยเถิด”
ระหว่างที่พูดกันเพียงไม่กี่ประโยค เงาร่างในชุดเรียบสีอ่อนทั้งสองที่อยู่เบื้องหน้าก็ลับหายไปจากสายตาแล้ว
อวี้เจียเหลือบมองจ้าวเหยียนอย่างขุ่นเคือง แววตาเจือความไม่พอใจที่ถูกรุกล้ำ ท้ายที่สุดก็ยังไม่ได้ระเบิดอารมณ์ออกมา
นางสะบัดแขนเสื้อ ส่งเสียงฮึดฮัด ก่อนเดินออกไปตามลำพัง
จ้าวเหยียนยืนอยู่กับที่ ถอนหายใจยาว แล้วรีบยกชายกระโปรงไล่ตามไป
มู่หรงหลิงเอาใจใส่หยวนเหิงเป็นอย่างดี ไม่ว่าความคิดนั้นจะเป็นเช่นไร จะเป็นการดูแลน้องสาวอย่างพี่ชาย หรือเป็นอย่างอื่นก็ตาม แต่ความห่วงใยของเขานั้นไม่ต้องสงสัยเลย
