ฟึ่บ!
หลิวชิงเยว่ชะงักค้างอยู่กับที่ ใบหน้าสวยแดงก่ำขึ้นมาทันที ราวกับเลือดแทบจะหยดออกมา
เธอโต้กลับทันควันว่า
“เป็นภรรยาคนอื่น...แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย”
ถ้อยคำห้าวหาญและเปี่ยมความรับผิดชอบของเย่เซิ่งทำให้หัวใจเธออบอุ่นขึ้นมา
แต่ความรู้สึกนั้นกลับถูกคำพูดหื่นห่ามของเขากลบจนมิด
เย่เซิ่งไม่ถือสา หยิบกล้วยที่หลิวชิงเยว่กัดไปแล้วหนึ่งคำขึ้นมากินต่อ พลางพูดเสียงอู้อี้ว่า
“ฉันหมายถึงเธอต้องปรับตัวเก่งต่างหาก ไม่ว่าจะเจอสถานการณ์แบบไหนก็ต้องรับมืออย่างใจเย็น อย่างฉากเมื่อกี้นั่นไง”
“จำที่ฉันเคยพูดไว้ได้ไหม ด้วยหน้าตาและสถานะของเธอ ต่อไปเรื่องแบบนี้ยังมีอีกเยอะ เธอจะเก่งแค่ในแวดวงธุรกิจอย่างเดียวไม่ได้ ต้องทำได้รอบด้าน เข้าใจไหม”
หลิวชิงเยว่ได้ยินดังนั้นก็โล่งอกทันที
“ที่แท้ก็หมายถึงเรื่องนี้นี่เอง”
เย่เซิ่งพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ
“แล้วจะให้หมายถึงอะไรล่ะ”
ใบหน้าสวยแดงก่ำของหลิวชิงเยว่ถึงกับมีสีม่วงจาง ๆ แต้มอยู่
ช่วงนี้ทำไมเธอถึงชอบคิดไปเองอยู่เรื่อยเลยนะ
หลิวชิงเยว่ขับรถไปพลาง แอบเหลือบมองเย่เซิ่งไปพลาง
เธอนึกย้อนถึงประสบการณ์ตอนอยู่ข้างสระน้ำ
อืม...
ดูท่าต่อไปเธอคงต้องฝึกให้มากขึ้นจริง ๆ
หลิวชิงเยว่รู้สึกซับซ้อนในใจ
ผู้ชายคนนี้ทั้งไม่เอาจริงเอาจัง ทั้งมอมแมม บางครั้งก็ลามกจนน่าโมโหแทบตาย
ยังเป็นนักกินตัวจริง ไม่มีอะไรในโลกสำคัญไปกว่าการกิน
แต่ถึงอย่างนั้น เขากลับมอบความรู้สึกปลอดภัยอย่างที่สุดให้เธอได้
ราชินีแห่งวงการธุรกิจอย่างเธอ ผู้เฉียบขาดเด็ดเดี่ยวมาเสมอและไม่เคยปล่อยให้ความรู้สึกใดมาผูกมัด กลับเหมือนถูกผู้ชายคนนี้กำราบจนอยู่หมัด
