โรงละครจิงกว่างเป็นโรงละครส่วนตัวที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง มักจัดการแสดงสำคัญอยู่เสมอ และบางครั้งก็เปิดให้คนมีเงินเช่าสถานที่ โดยปล่อยให้พวกเขาเลือกคณะการแสดงได้ตามใจ เพียงเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
เซี่ยจั๋วนั่งอยู่ตรงกลาง ในชุดสูทตัดเย็บพอดีตัว เนื้อผ้าทุกชิ้นล้วนขับเน้นความสูงศักดิ์ที่แผ่ออกมาจากตัวเขา นอกจากความสง่างามมีราศีแล้ว เขายังมีความหยิ่งผยองและร้ายกาจอยู่ในตัว สรุปแล้วดูเป็นคนที่ไม่ควรเข้าไปหาเรื่อง
“โซเรน ฉันบอกไปหลายครั้งแล้วว่าฉันไม่สนใจอะไรแบบนี้”
โซเรนเป็นเพื่อนที่เขาคบหาตอนอยู่ต่างประเทศ และตอนนี้ก็เป็นพันธมิตรทางธุรกิจระยะยาวของตระกูลเซี่ย วันนี้เดิมทีทั้งคู่ตั้งใจจะคุยเรื่องความร่วมมือ แต่โซเรนกลับนัดเขามาที่นี่เพื่อพูดคุย เพราะอีกฝ่ายสนใจการแสดงละครเวทีหลากหลายรูปแบบ
แต่เซี่ยจั๋วเกลียดเรื่องสุนทรียะและความงดงามทางศิลปะที่สุด เขาคิดเพียงว่าดนตรีกับการเต้นรำแสนน่าเบื่อพวกนี้ไม่มีประโยชน์ต่อธุรกิจของเขาเลยสักนิด
โซเรนเป็นลูกครึ่งจีน-อังกฤษ ผมทองตาสีฟ้า สันจมูกโด่งได้รูป หน้าตาหล่อเหลา น้ำเสียงเป็นกันเอง เขาพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว “ดูให้จบก่อนแล้วค่อยคุย ถือว่าอยู่เป็นเพื่อนฉันก็แล้วกัน”
เซี่ยจั๋วหัวเราะหึเบา ๆ ไม่พูดอะไรต่อ และยอมตกลง
ในโรงละครมีเพียงพวกเขาสองคน เป็นการแสดงที่เหมาสถานที่ไว้ทั้งหมด เพียงเท่านี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าทั้งคู่มีฐานะสูงส่งเพียงใด
ไม่นานการแสดงก็เริ่มขึ้น เมื่อเสียงดนตรีดัง เขาจึงลืมตาที่ปิดไว้แสร้งทำเป็นหลับขึ้นมา ท่วงทำนองคุ้นหูเหมือนกับที่ได้ยินเมื่อคืนไม่มีผิด
สายตาเริ่มจับจ้องคนบนเวที พอเหลือบมองอย่างไม่ใส่ใจ นั่นไม่ใช่เธอหรอกหรือ? บังเอิญหรือเปล่า?
