ความกล้าที่เสิ่นจืออี้ฝืนเก็บไว้มาตลอด พอได้เจอเขาแล้วก็ไม่ต้องฝืนอีกต่อไป เธอรู้ว่าไม่ว่ายังไง เขาก็จะคอยหนุนหลังให้ เธอรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้พูดคำไหนคำนั้น
อีกด้านหนึ่ง เธอทั้งเกลียดและกลัวการใส่ร้ายของเสิ่นเจิน ตั้งแต่ปีที่สองที่เธอกลับตระกูลเสิ่น แค่เสิ่นเจินร้องไห้ฟ้อง ทุกคนก็จะเข้าข้างเธอ ทะนุถนอมเธอ
เสิ่นจืออี้คิดมาตลอดว่าตัวเองมายืนแทนที่ของเสินเจินมาสิบกว่าปี ดังนั้นจึงอดทนมาตลอด ยอมถอยให้ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่สุดท้ายอีกฝ่ายก็ได้คืบจะเอาศอก การยอมและเอาใจจนติดเป็นนิสัย ทำให้เธอสูญเสียความสามารถในการต่อต้านไปจนหมดสิ้น
แผนการตื้น ๆ แบบนี้ เสิ่นเจินเล่นมานานหลายปี และไม่ว่าจะดูหรือไม่ดู คนส่วนใหญ่ก็ยืนอยู่ข้างเสิ่นเจิน คงเพราะคุณหนูแท้คือผู้สืบทอดตระกูลเสิ่นในอนาคต ส่วนคุณหนูเทียม ถ้าไม่มีความผิดพลาดนั้น ก็ไม่มีทางได้มายืนต่อหน้าพวกเขาหรอก
ท่าทีสูงส่งที่ฝังลึกในกระดูกดำ ฟาดลงบนหน้าเธออย่างแรงและหยาบคาย จนถึงตอนนี้ก็ยังแสบร้อน
แผลนี้ไม่เคยหายดีเลย ยิ่งถูกใส่ร้ายมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งอยากหนี ราวกับว่ามีเพียงการหนีเท่านั้นถึงจะทำให้รู้สึกดีขึ้น
เสิ่นจืออี้กัดริมฝีปากล่างแน่น สายตาจับจ้องตามเขาไม่วางตา จนกระทั่งเขามาหยุดตรงหน้า คนที่ช่วยเธอ ล้วนเป็นคนดีทั้งนั้น
น้ำเสียงของเธอยังเจือไว้ด้วยความน้อยใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ "คุณมาแล้ว"
เซี่ยจั๋วก้มมองเธอ เห็นท่าทางน้อยอกน้อยใจนั้น คิ้วก็ขมวดขึ้นโดยไม่รู้ตัว กวักมือเรียก "จะร้องไห้ทำไม มานี่"
