เดิมทีเสิ่นจืออี้คิดว่าหลังเซี่ยจั๋วเดินทางไปทำงานต่างเมือง เธอคงใช้ชีวิตอยู่บ้านคนเดียวได้อย่างสะดวกสบายกว่าเดิม แต่ความจริงกลับตบหน้าเธอเข้าอย่างจัง
พอเคยชินกับการมีผู้ชายเลือดร้อนมาช่วยอุ่นเตียงให้ทุกคืน เท้าของเธอก็ไม่เคยเย็นอีกเลย ทว่าตอนนี้เขาไม่อยู่ เธอจึงทำได้เพียงห่อตัวด้วยผ้าห่มแน่นหนา ไม่ปล่อยให้ลมเย็นลอดเข้ามาแม้แต่น้อย
วันเวลาไหลผ่านไปเรื่อย ๆ พ่อแม่ตระกูลเสิ่นกับเสิ่นเจินต่างไม่มารบกวนเธอ เธอจึงใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ
เสิ่นจืออี้ไม่มีทางไร้เยื่อใยต่อตระกูลเสิ่นโดยสิ้นเชิง สถานที่ที่เธอเติบโตมา พ่อแม่ที่เธอเรียกว่าพ่อกับแม่มาตั้งแต่เด็ก จะให้ตัดขาดได้อย่างไร เธอต้องค่อย ๆ สร้างป้อมปราการขึ้นในส่วนลึกของหัวใจ ราวกับมดที่ขนย้ายรังทีละน้อย
ช่วงนี้ภารกิจของเธอมีเพียงตั้งใจฝึกเต้นให้ดี ทุกเช้าฝึกพื้นฐานและเสริมทักษะ ช่วงบ่ายซ้อมการแสดงและขัดเกลาบทบาท เดือนหน้าจะมีการแสดงระบำหมู่เรื่อง «ยวนยาง» ทุกคนจึงกำลังเตรียมตัวกันอยู่
นอกจากเป็นนักเต้นในโรงละครแล้ว จริง ๆ เธอยังเป็นครูสอนเต้นชั่วคราวให้กับสถาบันแห่งหนึ่งด้วย เป็นการช่วยเหลือด้วยมนุษยธรรมล้วน ๆ
เจ้าของสถาบันรู้จักกับสวีจี้ชิง ทั้งคู่เป็นศิษย์เก่าของจิงอู่ บางครั้งเมื่อขาดครูจริง ๆ เสิ่นจืออี้ก็จะแวะไปช่วยสอนสักหนึ่งหรือสองคาบ ข้อดีเพียงอย่างเดียวคือจ่ายค่าจ้างตามอัตราปกติหลังสอนเสร็จ
ที่จริงเธอไม่ได้ใช้เงินของตระกูลเสิ่นมานานแล้ว ค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยล้วนเป็นเงินที่เธอหาได้จากงานพิเศษ
บางทีพ่อแม่ตระกูลเสิ่นอาจคิดมาตลอดว่าเธอยังใช้เงินของตระกูลเสิ่นอยู่ เสิ่นจืออี้ไม่อยากอธิบายให้มากความ อย่างไรพวกเขาก็คงไม่เชื่ออยู่ดี
