ผู้มาเยือนก้าวเท้าอย่างแผ่วเบา พลังล่องหนกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมรอบด้านได้อย่างไร้ที่ติ กลิ่นอายทั่วร่างถูกซ่อนไว้มิดชิด จนคนทั่วไปไม่อาจมองเห็นแม้แต่เงาร่าง ทำได้เพียงรู้สึกว่าเบื้องหน้าว่างเปล่า โดยไม่ทันสังเกตถึงภัยอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
แต่ในสัมผัสพลังจิตของเย่โม่ ทุกอย่างของอีกฝ่ายกลับเผยออกมาอย่างชัดเจน
เงาร่างของคนที่ล่องหนยังคงขยับเข้ามาใกล้ไม่หยุด ตอนนี้อยู่ห่างจากพวกเขาไม่ถึง 60 เมตรแล้ว
ฉินเทียนเคลื่อนไหวไม่เร็ว ฝีเท้าแผ่วเบา แม้แต่เค้าโครงโลหะของขวานดับเพลิงในมือ ก็ยังถูกพลังจิตของเย่โม่จับได้อย่างชัดเจน
“เจตนาไม่ดีแน่ มีโอกาสสูงว่าจะมาปล้นรถบ้านกับเสบียง” ไอเย็นแผ่ซ่านออกมารอบกายเสิ่นซี พลังน้ำแข็งเริ่มหมุนเวียนอย่างเงียบงัน ปลายนิ้วมีเกล็ดน้ำแข็งบาง ๆ ผุดขึ้น
“พลังล่องหนของเขารับมือยากมาก ตาเปล่ามองไม่เห็นเลย แต่ก็มีจุดอ่อนที่ชัดเจนอยู่ ตอนโจมตีเขาจะเผยร่างออกมา คนในตึกหลายคนเคยเสียท่าให้เขา มีตั้งหลายคนที่ถูกลอบโจมตี” เสิ่นซีเตือนเสียงเบา น้ำเสียงเจือความระแวดระวัง “ตัวเขาเป็นแค่ผู้มีพลังพิเศษขั้นหนึ่ง ร่างกายแข็งแกร่งถึงขีดจำกัดของมนุษย์ ฝีมือสู้รบไม่ได้เก่งนัก แต่พอล่องหนแล้วลอบโจมตี ก็ป้องกันได้ยาก”
สีหน้าเย่โม่สงบนิ่ง สัมผัสพลังจิตขั้นสามของเขาแผ่คลุมราวกับตาข่ายไร้ช่องโหว่ ทุกการเคลื่อนไหวของฉินเทียนสะท้อนเข้ามาในสมองอย่างครบถ้วน พลังล่องหนที่อีกฝ่ายภาคภูมิใจจึงไร้ความหมายต่อหน้าสัมผัสพลังจิต
“ซ่อนตัวต่อหน้าฉันไม่ได้หรอก” เย่โม่พูดอย่างใจเย็น
ระหว่างที่พูด ฉินเทียนก็ย่องเข้ามาจนอยู่ห่างออกไปเพียง 40 เมตร
ขณะล่องหน สายตาของเขากวาดมองรถบ้านหรูที่จอดเรียงรายริมแม่น้ำอย่างละโมบ ก่อนจะเลื่อนไปยังคนสองคนที่ยืนอยู่หน้ารถบ้าน
