“เป็นอย่างไรบ้าง ฝ่าบาททรงพอพระทัยหรือไม่?”
เจียงหนานจือยังคงจัดการปลาที่อยู่ในมือ
ก่อนหน้านี้นางให้ม่อไป๋ไปท่าเรือด้วยกัน แล้วจับปลากลับมาได้หลายตัว
หนึ่งในนั้น นางนำมาทำโจ๊กปลาให้เฮ่อชิงเยี่ยน
ส่วนที่เหลือ นางตั้งใจจะทำปลานึ่งซาวน่า
ปลานึ่งซาวน่าเป็นอาหารขึ้นชื่อของซุ่นเต๋อ มณฑลกว่างตง อยู่ในชุดอาหารนึ่งซาวน่าของซุ่นเต๋อ
นอกจากปลานึ่งซาวน่าแล้ว ยังมีไก่นึ่งซาวน่าและอาหารอื่น ๆ ซึ่งล้วนมีรสเลิศ!
“พอพระทัยยิ่งนัก”
ม่อไป๋ยกชามเปล่ามาให้เจียงหนานจือดู “คุณหนูรอง ท่านดูสิ ฝ่าบาทเสวยจนหมดแล้วจริง ๆ”
เจียงหนานจือยิ้มพลางพยักหน้า “ฝ่าบาททรงพอพระทัยก็ดีแล้ว”
ดูท่าอาการบาดเจ็บของเขาจะฟื้นตัวได้ดี ถึงได้เจริญพระกระยาหารแล้ว
“คุณหนูรอง ปลาที่ท่านแล่เหล่านี้จะนำไปทำโจ๊กปลาทั้งหมดหรือขอรับ?”
ม่อไป๋ลองชิมไปชามหนึ่งแล้วเมื่อครู่ รสสดหวานแทบทำให้ลิ้นของเขาละลาย
“กินแต่โจ๊กปลา ไม่รู้สึกจืดชืดหรือ?” เจียงหนานจือไม่คิดเลยว่าโจ๊กปลาจะได้รับความนิยมถึงเพียงนี้
บางคนก็ไม่ชอบกินโจ๊กปลา
แต่ตัวนางชอบ!
“จะจืดชืดได้อย่างไร อาหารเลิศรสเช่นนี้ ต่อให้กินเท่าไรก็ไม่รู้จักพอ”
ม่อไป๋ถูกโจ๊กปลาพิชิตจนหมดใจแล้ว
เมื่อก่อนเขาคิดมาตลอดว่าอาหารที่อร่อยที่สุดคือเนื้อสัตว์
แต่ยามนี้ดูแล้ว เนื้อสัตว์เทียบกับปลาไม่ได้เลย!
เจียงหนานจือเพียงยิ้มน้อย ๆ “เช่นนั้นประเดี๋ยวเจ้าลองชิมวิธีทำปลาแบบอื่นดูได้”
การทำปลานึ่งซาวน่าให้อร่อยนั้นไม่ง่าย
ต้องเลาะก้างปลาออกอย่างแม่นยำ โดยไม่ทำให้เนื้อปลาเสียรูป