ห้องข้าง ๆ
เจียงหนานจืออุ้มกล่องยา เดินกลับมาอย่างแผ่วเบา
เห็นว่าเด็ก ๆ ไม่ได้ถูกปลุกให้ตื่น นางจึงค่อยถอนหายใจโล่งอก
นางก้มมองกล่องยาในอ้อมแขน นึกถึงอันตรายเมื่อครู่ แต่ก็ไม่ได้เสียใจที่นำมันออกมาจากมิติส่วนตัว
หากนางไม่นำออกมา เกรงว่าเฮ่อชิงเยี่ยนคงผ่านด่านนี้ไปไม่ได้
อย่างไรเสียพวกเขาก็เห็นกล่องยาแล้ว ไม่จำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไป
หากจู่ ๆ มันหายไปต่างหาก ถึงจะดูน่าสงสัย
เจียงหนานจือจึงยัดกล่องยาเข้าไปในสัมภาระของนาง
วุ่นวายมาทั้งคืน ในที่สุดก็ได้นอนพักผ่อนให้เต็มตาสักครา
นางเพิ่งหลับตาได้ไม่นานก็ผล็อยหลับไป
แต่พอตกดึก นางกลับสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา
“หิวจัง”
เจียงหนานจือลูบท้องที่ว่างเปล่า “อยากกินของปิ้งย่าง หมาล่าทั่ง หม้อไฟ แล้วก็ปิ้งย่างเสียบไม้จัง...”
นางพยายามข่มใจอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็อดไม่ไหว ลุกจากเตียงแล้วควานหามันฝรั่งทอดถุงหนึ่งจากมิติส่วนตัว ค่อย ๆ ฉีกถุงอย่างระมัดระวัง ราวกับหนูแฮมสเตอร์ตัวน้อยที่แอบกินของ ส่วนนางก็หยิบมันฝรั่งทอดเข้าปากทีละชิ้น
กินมันฝรั่งทอดจนหมดถุงแล้ว ท้องก็ยังหิวแทบแย่
จนปัญญาจริง ๆ นางจึงสวมรองเท้าแล้วค่อย ๆ ออกจากห้อง
นึกไม่ถึงว่าพอออกจากประตู ก็เห็นเงาดำสายหนึ่ง ทำเอานางแทบสะดุ้งสุดตัว
“พระเจ้า!”
“คุณหนูรอง เป็นข้าเอง”
เมื่อได้ยินเสียงคุ้นเคย เจียงหนานจือก็ยังใจเต้นไม่หาย ยกมือตบอกเบา ๆ “ม่อไป๋ ดึกดื่นป่านนี้ไม่นอน มาทำอะไรอยู่ตรงนี้?”
นางเหลือบมองห้องข้าง ๆ “หรือว่าท่าน...?”
ไม่น่าจะใช่
นางให้เฮ่อชิงเยี่ยนกินยาปฏิชีวนะกับยาแก้ปวดไปแล้วนี่นา