แววตาอวิ๋นเหยาจือวาบเยือกเย็น มือกำมีดพับที่คลำเจอใต้แผ่นเตียง ฟาดฟันลงกลางหว่างขาเขาอย่างแรง!
เสียงร้องแหลมดังแสบแก้วหูแทบขาดใจดังระเบิดขึ้นฉับพลัน
เรี่ยวแรงทั้งร่างของหวังลี่เหมือนถูกสูบออกไปในพริบตา มือที่กระชากผมเธอคลายออกทันที ร่างโก่งโค้งงอ มือทั้งสองกุมหว่างขาตัวเองไว้แน่น หน้าซีดเผือดดั่งกระดาษ เหงื่อเย็นเม็ดเป้งไหลอาบหน้าผาก
อวิ๋นเหยาจือไม่ย่นย่อแม้แต่น้อย ดวงตาแข็งกร้าว มือกำมีดพับยกขึ้นอีกครั้ง ใบมีดสะท้อนประกายเย็นวาบ จ้วงแทงใส่หัวใจหวังลี่
"หาที่ตาย!"
หวังลี่เจ็บจนทั้งตัวกระตุกเกร็ง แต่ความดุร้ายยังหลงเหลืออยู่ ไม่สนใจความเจ็บปวดอย่างหนักที่หว่างขา สะบัดมือข้างหนึ่ง แผดเสียงคำรามพลางยกแขนปัดป้องข้อมืออวิ๋นเหยาจือ
ใบมีดเชือดผ่านแขนเขา เปิดแผลลึกจนเห็นกระดูก เลือดกระฉูดเป็นทาง กระจายเต็มหน้าอวิ๋นเหยาจือ
เขาครางอย่างเจ็บปวดด้วยความกลั้น แต่แรงปัดปัดปัดป้องไม่ได้ลดลง กระแทกถูกข้อมือเธออย่างจัง
มีดพับไม่ได้หลุดมือ ตรงกันข้าม อวิ๋นเหยาจือฉวยจังหวะแรงกระแทกนั้น กระชากแขนที่เจ็บของเขาไว้แน่น สีหน้าบ้าคลั่ง ตาขวาง กำมีดพุ่งแทงเข้าใส่ร่างเขาไม่ยั้ง
ด้านนอกประตู สองคนนั่งอยู่หน้ากองไฟ ชายผอมสูงและชายล่ำเตี้ยฟังเสียงในห้อง คิดว่าเป็นการปล้ำเอากันไปมา
พวกเขาไม่ได้เก็บอวิ๋นเหยาจือมาใส่ใจเลย ผู้หญิงธรรมดามือเปล่าไม่มีอาวุธ ทำอะไรให้เป็นเรื่องเป็นราวไม่ได้หรอก
ชายล่ำเตี้ยถึงกับหัวเราะอย่างสมน้ำหน้าออกมา
"พี่ใหญ่ แกเอาเรื่องหรือเปล่าวะ! อืดอาดชะมัด!"
ชายผอมสูงก็สมทบเสียงเซ้าซี้ เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
"ใช่แล้ว! อย่าให้อีนี่มันข่มเอานะ! ไม่งั้นเดี๋ยวพวกข้าได้หัวเราะเยาะแกแน่!"
สองคนนั่นคิดเพียงว่าหวังลี่จงใจยั่วแหย่เล่น ในใจยังแอบหวังให้เขากินแห้วบ้าง ใครใช้ให้มีดีอะไรทีไร เขาเป็นคนแรกที่ได้หน้าได้ตาไปหมดทุกครั้ง
สีหน้าเซี่ยเหยียนซินเย็นชาหมดความรู้สึก จ้องมองเปลวเพลิงเหม่อลอย
อวิ๋นเหยาจือแทงสวนเข้าที่ท้องหวังลี่หลายมีด ได้ยินเสียงคนข้างนอกกระเซ้า ก็ยิ่งเล่นไปตามน้ำ ร้องตะโกนสมรู้ร่วมคิด
"ขอร้องล่ะ ปล่อยฉันไปเถอะนะ!"
น้ำเสียงบอบบางอย่างหวาดหวั่นนั้น ฟังราวกับถูกข่มเหงรังแกถึงที่สุด ผสมรวมกับเสียงครางอดกลั้นจากในห้อง ทำให้ทั้งสองคนนอกประตูไม่รู้สึกผิดสังเกตเลยสักนิด
หวังลี่เจ็บจนนัยน์ตาแดงก่ำ เสียงแผดคำรามเกรี้ยวกราดแทบจะกระชากหลังคา
เขาสะกดกลั้นความเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่หว่างขา กระแทกเท้าเตะเข้าที่หน้าอกอวิ๋นเหยาจืออย่างแรงหนึ่งที
อวิ๋นเหยาจือไม่ทันตั้งตัว ทั้งร่างกระเด็นลอยละลิ่วราวกับว่าวขาดสาย ผวังกระแทกฝาผนังอย่างจัง เลือดรสคาวหวานพุ่งขึ้นมาที่ลำคอ
ยังไม่ทันที่เธอจะสูดลมหายใจ ฝ่ามือของหวังลี่ก็ได้ก่อเกิดลูกไฟขนาดเท่าลูกบาสเกตบอลขึ้นมา เขาลูกตาแทบแตกปูด ขว้างลูกไฟใส่เธออย่างแรง ปากคำราม
"กูจะเผามึงให้ไหม้เป็นจุณไอ้สารเลว!"
อวิ๋นเหยาจือเบี่ยงตัวหลบฉาก หลุดรอดจากการโจมตีของลูกไฟมาได้หวุดหวิด
ลูกไฟพุ่งเฉียดแขนเธอ กระแทกโดนเตียงไม้ข้างๆ ลุกไหม้เป็นไฟโชติช่วงในบัดดล
เพียงครู่เดียว ควันไฟข้นคละคลุ้งไปด้วยสะเก็ดไฟฟุ้งตลบทั้งห้อง
อวิ๋นเหยาจือสำลักควันไอจนกระแอมไอแรงๆหลายครั้ง ความเจ็บตื้อที่หน้าอกยิ่งทิ่มแทงลึกขึ้น แต่เธอกัดฟันแน่น ยึดกำแพงพยุงตัวลุกขึ้นอย่างโซซัดโซเซ
หวังลี่มองเพลิงที่ลุกโหม ไม่ได้ตื่นตระหนกเลย กลับมีรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏ
พลังพิเศษของเขาคือการควบคุมไฟ เปลวเพลิงแค่นี้เป็นเพียงเรื่องเล่นๆเล็กๆสำหรับเขา
เขามือหนึ่งกุมชีวิตที่เกือบจะถูกฟันทิ้งไว้ ส่วนอีกมือก็ก่อเกิดลูกไฟขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ลูกไฟมีขนาดใหญ่กว่าเดิม ใจกลางสีส้มแดงปั่นป่วนโหมกระหน่ำ แทบจะสะท้อนเอาความคลุ้มคลั่งในดวงตาเขาออกมา
"หนีสิ! มึงก็หนีต่อไปสิ!"
เขาก้าวเข้าไปทีละก้าว ยิ่งเดิน ความเจ็บแปลบที่หว่างขาและท้องก็ยิ่งทิ่มแทงลึกจนถึงกระดูก แต่กลับทำให้จิตสังหารเขายิ่งเพิ่มพูน
"วันนี้กูจะทำให้มึงกลายเป็นเถ้าถ่าน!"
ควันข้นหนาขึ้นเรื่อยๆ เสียงหัวเราะเย้าแหย่อยู่นอกประตูก็หยุดลงในที่สุด
ชายล่ำเตี้ยขมวดคิ้วตะโกนถามเข้าไปในห้อง
"พี่ใหญ่? ไหงไฟลุกขึ้นมาได้? เล่นเอากันขนาดนี้เลยหรือ?"
ไม่มีเสียงตอบรับ
มีเพียงเสียงอ่อนหวานของอวิ๋นเหยาจือทะลุผ่านควันเพลิงมา พร้อมกับน้ำเสียงสะอื้นที่จงใจกดไว้เบาๆ
"ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! มันจะเผาฉันตาย!"
เสียงร้องนี้ ทำลายจินตนาการของสองคนนอกประตูให้แตกสลายลงอย่างสิ้นเชิง
เซี่ยเหยียนซินก็ได้สติจากภวังค์แห่งแสงไฟ เธอเงยหน้าขึ้น มองดูแสงเพลิงผ่านซอกประตู ในดวงตาที่เคยเหม่อลอย กลับมีระลอกคลื่นที่แทบมองไม่เห็นก่อเกิดขึ้น
ควันไฟคลุ้งหอบเอาไอร้อนแผดเผาพุ่งพล่านออกมาข้างนอก
ชายล่ำเตี้ยก็รู้สึกได้ในที่สุดว่าผิดปกติ ด่าคำหยาบออกมาคำหนึ่งแล้วจะไปผลักประตู ปลายนิ้วเพิ่งแตะโดนประตูเหล็กก็ถูกความร้อนลวกจนต้องชักมือกลับ
"บัดซบ! ไฟนี่ไม่ชอบมาพากล!"
ชายผอมสูงก็ตื่นตระหนก จ้องมองตามซอกประตูเข้าไป เห็นแต่ทะเลเพลิงกระเพื่อมเป็นระลอก กับเสียงต่อสู้ที่เล็ดลอดดังแว่วมา
ใจเขาหล่นวูบ นึกขึ้นได้ถึงอารมณ์ขึ้นลงเอาแน่เอานอนไม่ได้ของหวังลี่ อดไม่ได้ที่จะพึมพำ
"หรือจะเป็นอีนั่นมันแผลงฤทธิ์ขึ้นมาจริงๆ?"
สิ้นเสียง ในห้องก็มีเสียงดังสนั่นเหมือนของหนักกระแทกพื้น ตามด้วยเสียงกรีดร้องปนสะอื้นของอวิ๋นเหยาจือทันที
"ฆ่ากันแล้ว! ช่วยด้วย!"
เสียงนั้นโหยหวนและสิ้นหวัง ฟังแล้วสองคนนอกประตูหนังหัวชาไปหมด
เซี่ยเหยียนซินก็ลุกขึ้นยืนฉับพลัน แต่ดวงตากลับไม่ใช่ความเหม่อลอยอีกต่อไป กลับส่องประกายวาววับอย่างประหลาด
วินาทีนั้นเอง ประตูก็ถูกกระแทกเปิด "โครม" เงาร่างอนาถร่างหนึ่งซวนเซพุ่งออกมา
คืออวิ๋นเหยาจือ
ผมเธอกระเซอะกระเซิง หน้าซีดเลอะคราบเลือดและเถ้า เสื้อผ้าและแขนมีรอยไหม้ดำเป็นทาง แลดูน่าสังเวชเหลือเกิน
เธอซวดเซไม่เป็นท่าเข้าหาร่างชายล่ำเตี้ย คว้าแขนเขาเขย่าอย่างสุดแรง
"ช่วยด้วย! รีบช่วยด้วย! มัน มันเพี้ยนเพราะไฟคลอก จะฆ่าฉัน!"
ชายล่ำเตี้ยถูกเธอเกาะแกะจนใจคอหวิวหวาม ของดีก็คือของดี ถึงจะอนาถขนาดนี้ ก็ยังงามหยาดเยิ้ม
กลางเพลิงไฟในห้อง เงาร่างหนึ่งที่เปียกชุ่มไปด้วยเปลวไฟค่อยๆ ลุกขึ้นยืน
เสื้อผ้าบนร่างเขาถูกเผาจนเปื่อยยุ่ยขาดวิ่น ผิวหนังเกรียมดำเป็นตอตะโก มือที่เมื่อครู่กุมหว่างขาตกอยู่ข้างลำตัว ใบหน้าเขาเบี้ยวบูดเสียรูป
"อีสารเลว... กูจะฆ่ามึง..."
น้ำเสียงเขาแหบแห้งจนแทบไม่ได้ยิน แต่กลับแฝงไปด้วยความเคียดแค้นดุดัน กระโจนเข้าใส่อวิ๋นเหยาจือ
เดิมทีชายล่ำเตี้ยจะเข้าไปห้ามปราม ยังไม่ได้เชยชิมของดีเลย ฆ่าทิ้งไปก็น่าเสียดายเกินไป แต่เห็นสภาพหวังลี่เป็นเช่นนี้ก็ไม่กล้าขัดขวาง จึงรีบสะบัดมือเธอทิ้งแล้วหลบไปกับชายผอมสูงที่อยู่ข้างๆ
ทุกคนมองดูหวังลี่บีบคออวิ๋นเหยาจือคร่อมเธอล้มลงกับพื้น วินาทีนั้นเอง เซี่ยเหยียนซินไม่รู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่คลานมาถึงประตู ไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อยหันหลังวิ่งตรงไปยังรถออฟโรดที่จอดอยู่ข้างนอก
เมื่อเสียงเครื่องยนต์สตาร์ทดังขึ้น ชายอีกสองคนถึงได้สติ ด่าทอในใจ ใครยังจะสนใจสองคนที่นอนอยู่บนพื้นตรงหน้า รีบออกไล่ตามทันที
เพราะอย่างนี้เอง พวกเขาจึงไม่ทันได้เห็น ร่างของหวังลี่ขยับไม่กี่ทีก็แน่นิ่งไร้การเคลื่อนไหวอีกเลย