“ฉันเจ็บเท้าจัง ถ้าเธอแบกฉันเดินได้ก็ดีสิ”
“แฮ่ก ๆ …”
“วันนี้ฉันอกหัก เสียใจจังเลย เสียทาสที่เชื่อฟังดี ๆ แบบนี้ไป”
“แฮ่ก ๆ …”
“ถ้าคืนนี้ลู่โจวตามหาฉันเจอ ฉันจะยอมกลับไปคบกับเขา”
“แฮ่ก ๆ …”
บนถนนมืดมิด มีคนหนึ่งกับซอมบี้อีกหนึ่งเดินตามกันไป
พวกเขาเดินมาแล้วสามชั่วโมง ตลอดทางอวิ๋นเหยาจือบ่นไม่หยุดปาก ถ้าคอแห้งก็จิบน้ำ
ฝ่าเท้าถลอกเป็นตุ่มพอง ทุกก้าวเจ็บเหมือนถูกแทง ในที่สุดเธอก็หยุดฝีเท้า หันกลับไปชำเลืองมองซอมบี้ขาเป๋ตัวนั้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหงุดหงิดและสมเพชตัวเอง
“ช่างเถอะ พูดกับแกก็เสียเปล่า ยังไงแกก็ฟังไม่รู้เรื่อง”
“แฮ่ก ๆ …”
“แฮ่พ่อแกสิแฮ่!”
“แฮ่ก ๆ …”
ซอมบี้ยังคงส่งเสียงคำรามแฮ่ก ๆ ลูกตาที่เน่าเปื่อยจ้องเขม็งมาที่เธอ มันลากขาที่หักเป๋อยู่ข้างหนึ่ง สาวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกสองก้าว
อวิ๋นเหยาจือกลอกตา ก่อนจะหันกลับไปยกเท้าเดินต่อ
“ถ้าลู่โจวตามหาฉันเจอจริง ๆ ฉันก็ไม่กลับไปคบกับเขาหรอก ใครใช้ให้เขามาช้าขนาดนี้ ฉันลำบากมาตั้งนานแล้ว! น่ารำคาญชะมัด… ตอนนี้ฉันรู้สึกปวดไปทั้งตัวเลย…”
ลมยามค่ำพัดเม็ดทรายจากทุ่งร้างมากระทบ กลบบทสนทนาของเธอไว้ในความมืด มีเพียงเสียงฝีเท้าที่ลากไปตามทางที่ยังคงตามมาติด ๆ กลายเป็นเสียงเพียงหนึ่งเดียวที่ดังบนเส้นทางอันเงียบสงัดนี้
ทันใดนั้น แสงไฟสีส้มอบอุ่นก็สว่างขึ้นที่ปลายทาง
อวิ๋นเหยาจือกะพริบตา ยืนยันว่าไม่ใช่ภาพหลอน จึงหยิบน้ำที่เหลืออยู่อีกหนึ่งในห้าส่วนในกระเป๋าออกมา เปิดฝาแล้วดื่มรวดเดียวจนหมด
