“ลู่หลี? ไอ้เดนมนุษย์นี่กลับมาทำไม? ให้มันเข้ามา”
ไม่นาน ลู่หลีและอิ้งจื่ออันก็เดินตามกันเข้ามา
จ้าวฮุยยืดคอมองออกไป เห็นสวีเซียวกับอีกสามคนยืนอยู่หน้าประตู สีหน้าก็ดูแปลกไป
“ลู่หลีมาพัวพันกับสวีเซียวแล้ว? ไม่แปลกหรอก ก็ผู้หญิงคนนั้นใจอ่อนเกินไป ไอ้กระจอกแบบไหนก็เก็บหมด...”
เหลือบมองลู่หลีที่มอมแมมไปทั้งตัว จ้าวฮุยก็ยิ่งรู้สึกดูแคลนมากขึ้น
“ดูสภาพสิ คงถูกสัตว์ประหลาดข้างนอกขู่จนขวัญหนีดีฝ่อ เลยจะมาอ้อนวอนให้ฉันรับมันอีกทีล่ะสิ...”
แต่หลังจากเข้ามาในห้องเรียน ลู่หลีกลับไม่ได้พูดอะไร ตรงกันข้าม อิ้งจื่ออันกลับพูดด้วยท่าทีประจบประแจงว่า
“พี่จ้าว! ไอ้ลู่นี่ได้ของดีมา!”
“ของดี?” จ้าวฮุยเลิกคิ้ว “ของดีอะไร?”
“นี่ไง!” อิ้งจื่ออันชูของสิ่งหนึ่งขึ้นมา แล้วสาวเท้าถี่ๆ เข้าไปใกล้จ้าวฮุยอย่างรวดเร็ว
ฝ่ายนั้นไม่ได้ระวังตัวเลย สมาธิทั้งหมดจดจ่ออยู่ที่มือของอิ้งจื่ออัน
นั่นคือผลึกปฐมเม็ดหนึ่ง สีแดงสดเหมือนเลือด
“นี่มัน... ผลึกปฐมระดับสอง?”
จ้าวฮุยอึ้งไปชั่วขณะ แล้วก็ก้มลงมองผลึกในมือตัวเองโดยไม่รู้ตัว
แต่อิ้งจื่ออันกลับไม่ตอบ
พูดให้ถูกคือ เขาไม่ได้ตอบด้วยท่าทีประจบสอพลอเหมือนเมื่อก่อน
สิ่งที่เข้ามาแทนที่ คือ กรงเล็บ ที่จู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว!
เพราะจ้าวฮุยไม่ได้ระวังตัวเลย กรงเล็บของอิ้งจื่ออันจึงทะลวงคอของเขาไปอย่างไม่มีอะไรขวางกั้น
เลือดพุ่งกระฉูดราวกับน้ำพุ สาดกระจายไปทั่วห้องเรียน!
“ตาย! แกตายไปซะ!!”
อิ้งจื่ออันตะโกนลั่นด้วยความคลุ้มคลั่ง ความโกรธแค้นที่ถูกเหยียดหยามและความสะใจที่ลอบทำร้ายสำเร็จทำให้สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวจนถึงขีดสุด
