เรื่องตะเกียงสืบชะตานี้ นางเคยได้ยินอาจารย์เล่าให้ฟัง
บางคนถึงคราวสิ้นอายุขัยตามชะตาฟ้าลิขิต แต่ก็ยังมีคนพยายามฝืนลิขิตฟ้าเพื่อรั้งชีวิตผู้ที่ใกล้ตายเสมอ
ตะเกียงสืบชะตานี้ถือเป็นหนึ่งในเคล็ดต้องห้ามของลัทธิเต๋า
ก็คือการชิงอายุจากดวงชะตาผู้อื่นมาเติมให้อีกคน
ไม่เหมือนกับการเปลี่ยนดวงหรือยืมดวง นี่คือการกระทำสวนทางกันอย่างแท้จริง ฝืนวิถีแห่งฟ้า
ผู้มีวิชาอ่อนด้อยจะถูกวิถีฟ้าสนองกลับทันที ตายอย่างอนาถในฉับพลัน
ต่อให้มีวิชาอาคมขั้นสูง ก็อาจเรียกภัยพิบัติอสนีบาตและโทษทัณฑ์จากฟ้ามาเยือน
นางก็แค่ได้ยินอาจารย์กล่าวถึงเรื่องนี้ อาจารย์มิเคยเล่าว่ามีใครจุดตะเกียงสืบชะตาสำเร็จจริงหรือไม่
ลู่จือจือคิดว่านี่เป็นเพียงเรื่องเล่าประหลาดในประวัติศาสตร์เท่านั้น
หากใคร ๆ ก็ต่อชีวิตได้ เช่นนั้นบนโลกก็คงมีคนที่ไม่แก่ไม่ตายไปแล้ว
คิดไม่ถึงเลยว่า จะมีจริง
“ท่านประมุขกู้ ข้าคิดว่าคุณชายกู้มิใช่คนอายุสั้น ท่านถูกหลอกแล้วกระมัง”
ท่านประมุขกู้ชะงักไปครู่หนึ่ง
“ก่อนหน้านี้ถึงอาลูกของเขาเป็นคนจัดการ ข้าไม่ค่อยรู้เรื่อง บางทีข้าอาจพูดผิดไปแล้วก็ได้”
ลมหายใจของท่านประมุขกู้อ่อนแรงลงทุกขณะ ดวงตาเริ่มพร่าเลือน กลิ่นอายมรณะหว่างคิ้วแทบจะจับตัวเป็นของแข็ง
ลู่จือจือมองดูประตูสำนักเสวียนจิ้งที่อยู่ไกลสุดขอบฟ้าแต่ก็อยู่ตรงหน้า แล้วหันไปมองท่านประมุขกู้
ช่างเถิด
ที่ได้พบเจอท่านประมุขกู้ ก็นับเป็นวาสนารูปแบบหนึ่ง
