เหล่านางพยาบาลหลายคนรับปากเป็นเสียงเดียวกัน
“พวกเราทุกคนเห็นหมดแล้ว เขามีอาการหลงผิด และโรคประสาท ไม่เกี่ยวกับคุณหมอลู่”
ลู่จือจือมองด้วยสายตาจริงใจ
“อย่างนั้นก็ขอบคุณพวกคุณมากนะคะ”
ลู่อวี้ฝูเอ่ยเสียงสั่นเครือ
“ขอบคุณที่ช่วยพูดให้เมื่อกี้ และคอยปกป้องฉัน”
“ฉันต้องไปโรงพักทำบันทึกประจำวัน ขอโทษที พรุ่งนี้ฉันขึ้นเวร จะเลี้ยงข้าวทุกคน”
เหล่านางพยาบาลเผยรอยยิ้มออกมาเช่นกัน
“แหม เป็นเพื่อนร่วมแผนกเดียวกัน ไม่ต้องเกรงใจกันขนาดนั้นหรอก”
พูดคุยทักทายกันครู่หนึ่ง ลู่จือจือก็พาลู่อวี้ฝูออกไปที่ถนนข้างโรงพยาบาล
รถตำรวจที่สารวัตรจางเรียกมาก่อนหน้านี้มาถึงแล้ว
เจ้าหน้าที่ติดอาวุธครบมือสองนายกระโดดลงจากรถ แล้วคุมตัวเถียนอวี่ขึ้นรถ
เถียนอวี่ขึ้นรถไปอย่างว่านอนสอนง่าย แต่ในชั่วขณะที่กำลังจะนั่งลง สายตาก็ประสานกับลู่จือจือพอดี
ลู่จือจือหยิบยันต์เปล่าออกมาแผ่นหนึ่ง โบกให้เถียนอวี่ดู
จากนั้นก็ยื่นนิ้วกลางออกมา ทำสัญลักษณ์สากลที่ใครก็รู้ความหมายให้เถียนอวี่ดู
เถียนอวี่เดือดพล่านขึ้นมาทันที ทุบกระจกแล้วด่าโขยก
เจ้าหน้าที่ข้างกายรีบใช้กระบองกดเขาแนบกับกระจกทันที
เถียนอวี่กัดฟันกรอด แค้นใจเพียงใดก็ไม่มีทางสู้ได้
ลู่จือจือตบมือเบา ๆ ราวกับปัดเป่าสิ่งสกปรกอะไรสักอย่าง
“พี่ใหญ่ เรื่องนี้จบลงอย่างง่ายดายแล้ว”
“ต่อจากนี้ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรอีก ก็จะไม่มีใครเชื่อเขา”
สิ่งที่เธอไม่ได้พูดออกไปคือ ต่อให้พี่ใหญ่ไม่เคยโยนตุ๊กตากระดาษใส่เสื้อเถียนอวี่ เธอก็มีวิธีจัดการเขาอยู่ดี
