ลู่จือจือทำท่าชื่นชอบการดูมวยอยู่ไม่น้อย
“ไม่ต้องรีบ”
“คนเรานั้นเรื่องของคนอื่นก็คือเรื่องของคนอื่น ต่อให้คนอื่นเจอเรื่องซวยแค่ไหนก็ได้แต่ดูเฉย ๆ จนกว่าจะเจอเข้ากับตัวเองถึงจะรู้สึกโกรธจริง ๆ”
“ความโกรธที่ถูกหลอกนั้นมาจากคำว่าหลอก พวกเขายังไม่ทันถูกหลอก จะโกรธได้ยังไงล่ะ”
กู้เหยียนโจวชอบท่าทีเจ้าเล่ห์ของลู่จือจือเป็นที่สุด ความวุ่นวายตรงหน้าไม่สนใจแล้ว จ้องแต่ลู่จือจือจนไม่ละสายตา
ความวุ่นวายอะไรก็ไม่สำคัญ ต้องหาทางทำให้เธอรู้สึกตัวเสียที
ผู้คนที่อยู่ ณ ที่นั้นผ่านการหารือกัน ก็ตั้งกฎขึ้นมาได้ในไม่ช้า แล้วก็รีบเริ่มเรียกประมูลกันอย่างไม่อาจรอได้
ลู่จือจือก็ถือโอกาสก่อกวนผลักราคาขึ้นไปหลายรอบ จนไม้หลายท่อนมีราคาสูงขึ้นกว่าเดิม
ผ่านไปหลายยก ของยี่สิบชิ้นก็ประมูลหมดเกลี้ยง
ราคาสูงสุดประมูลได้ถึงสิบล้าน ส่วนชิ้นเล็กที่สุดก็ขายไปเป็นล้าน
ลู่จือจือคำนวณดูแล้วตกใจจนอ้าปากไม่หุบ
ตัวเองเผาห้องพิธีของเขาไปห้องหนึ่ง แต่กลับเปิดโอกาสให้เขาฉวยโอกาสนี้กอบโกยเงินไปหลายสิบล้าน
เห็นผู้คนโอนเงินเสร็จเตรียมจะแยกย้าย ลู่จือจือกับกู้เหยียนโจวสบตากันแล้วยิ้มให้กันอย่างรู้ความหมาย
หนังดี กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
ลู่จือจือหยิบก้อนหินเล็ก ๆ ที่เก็บมาจากข้างนอกเมื่อครู่ ยิงใส่ร่างศิษย์น้อยที่กำลังถือกล่องไม้ต้องฟ้า
ศิษย์น้อยรับแรงไม่ไหว ร่างเอียง กล่องหลุดมือร่วงกระแทกพื้น
กระจกครอบแตก ไม้ที่ไหม้เกรียนท่อนหนึ่งกระเด็นลงพื้นแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ
คนที่ซื้อไม้ชิ้นนี้ได้ ก็คือผู้หญิงที่เพิ่งตำหนิลู่จือจือเมื่อตะกี้นี่เอง
ผู้หญิงคนนั้นโกรธมาก ระเบิดอารมณ์ใส่ศิษย์น้อยทันที
