“คือเธอนั่นแหละ เธอตั้งใจทำร้ายฉัน แล้วก็รอดูมุกของฉัน ไม่งั้นทำไมเธอถึงยืนอยู่ตรงนี้ได้!”
ลู่จือจือถอนหายใจเบา ๆ สีหน้าเหมือนคนจนปัญญา
“คุณเถียน พูดแบบนี้ก็แปลกแล้วนะ”
“คุณบอกว่าจะมาหาพี่สาวฉัน ฉันก็พามา แต่เดินไปได้ครึ่งทางคุณก็ไม่เดินต่อ ฉันเรียกข้างหลังยังไงคุณก็ไม่สนใจ”
เถียนอวี่ทำทีล้มลงนอนกับพื้น
“ขอดูกล้องวงจรปิด ถ้าไม่มีกล้องฉันไม่ยอมไป ถ้าหากหากล้องเจอแล้วพิสูจน์ได้ว่าพวกคุณกลั่นแกล้งฉัน ฉันจะแจ้งความข้อหาหมิ่นประมาท!”
ตำรวจมองไปทางยามรักษาความปลอดภัย ยามก็งงเป็นไก่ตาแตก
เถียงกันไม่ได้ความ ยามจึงต้องติดต่อห้องควบคุมกล้องวงจรปิด
หลายคนเดินไปที่ห้องควบคุมกล้อง แล้วเรียกภาพกล้องวงจรปิดเมื่อสักครู่ขึ้นมา
“ย้อนกลับไป ย้อนไปอีกนิด”
เถียนอวี่เพ่งมองภาพในกล้องวงจรปิดตลอดทั้งทางเดิน
แล้วก็ชี้หน้าจออย่างตื่นเต้น
“ใช่ ตรงนี้แหละ!”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขยายภาพให้ใหญ่ขึ้น
ในกล้องเห็นได้ชัดเจนว่า
ลู่จือจือหันหลังไปพูดอะไรกับเถียนอวี่ ตอนนั้นเองพยาบาลสองสามคนก็เข็นเตียงผู้ป่วยผ่านไปข้าง ๆ พวกเขา
แค่ช่วงที่สวนทางกันไม่กี่วินาที เถียนอวี่ก็เดินโซเซไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอย
แล้วภาพต่อมาก็คือลู่จือจือวิ่งตามเขาข้างหลัง
ตำรวจขมวดคิ้ว สีหน้าดูรำคาญ
“จากภาพนี้ ไม่เห็นเลยว่าเขาให้อะไรคุณ!”
เถียนอวี่ไม่ยอมแพ้
“ก็เตียงผู้ป่วยนั่นบังอยู่นี่ไง!”
ลู่จือจือพูดแทรกขึ้นมา
“คุณเถียน อย่ามาโวยวายเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องอีกเลย”
“ฉันไม่ได้ให้อะไรคุณเลยสักอย่าง แค่คุณถามฉัน ฉันถึงหันไปตอบ ถ้าฉันจะวางยาให้คุณ อย่างน้อยก็ต้องเข้าใกล้ตัวคุณก่อนสิ!”
