“ศิษย์พี่สวี่ เรียกข้ามาหรือขอรับ”
หยางฟานเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง สีหน้าเปี่ยมด้วยความเคารพ
เมื่อเห็นหยางฟานระมัดระวังตัวเช่นนั้น สวี่หลงเยว่ก็ยกยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก
“ศิษย์น้องหยาง ไม่ต้องตื่นเต้นขนาดนั้นหรอก ข้าไม่กินเจ้าหรอกน่า”
หยางฟานยกมือเกาจมูกอย่างกระอักกระอ่วน
ถูกพูดเช่นนี้ต่อหน้าย่อมรู้สึกกระดากอยู่บ้าง
“ศิษย์พี่พูดอะไรเช่นนั้น ข้าเป็นเพียงคนรับใช้ ย่อมต้องระมัดระวังไว้บ้าง...”
ยังพูดไม่ทันจบ สวี่หลงเยว่ก็ยิ้มพลางเอ่ยขัดขึ้น
“ศิษย์น้องหยาง คำพูดเช่นนี้ไม่ต้องเอามาหลอกข้าหรอก”
เมื่อเห็นหยางฟานระมัดระวังตัว สวี่หลงเยว่ก็เผยรอยยิ้มงดงามที่มุมปาก ก่อนส่ายหน้าเบา ๆ
หยางฟานกำลังจะเอ่ยปาก สวี่หลงเยว่ก็ยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากเขาอย่างแผ่วเบา
“ศิษย์น้องหยาง ไม่ต้องอธิบายหรอก ทุกคนต่างมีความลับของตนเอง ข้าไม่ซักถามให้มากความ และเจ้าก็ไม่จำเป็นต้องบอกข้า”
ปลายนิ้วของสวี่หลงเยว่นุ่มนวลและเย็นเฉียบ
กลิ่นหอมจาง ๆ ราวกับควันลอยอ้อยอิ่งอยู่รอบริมฝีปากของเขา ก่อระลอกคลื่นขึ้นในใจ
“ได้!”
หยางฟานหัวเราะขื่น ๆ
“เช่นนั้น ศิษย์พี่เรียกข้ามาที่นี่ด้วยเรื่องอันใดหรือ”
ดวงตางามของสวี่หลงเยว่กะพริบปริบ ๆ
“ศิษย์น้องหยาง คราวก่อนตอนทดสอบ เป็นเจ้าที่ช่วยข้าไว้ใช่หรือไม่...”
เมื่อเห็นหยางฟานทำท่าจะปฏิเสธ สวี่หลงเยว่ก็ยกมือแตะริมฝีปากเขาอีกครั้ง
“หากมีเพียงสองทางเลือก คือโกหกกับนิ่งเงียบ เช่นนั้นนิ่งเงียบก็พอแล้ว”
