หวังเหมาจื่อพาหยางฟานมายังข้างชั้นวางไม้สองแถวนั้น
“เห็นสมุนไพรพวกนี้แล้วใช่ไหม ทุก ๆ สองสามวันจะมีคนจากแปลงยานำสมุนไพรมาส่ง”
“เจ้าคัดสมุนไพรที่ใช้ไม่ได้ออกมาให้หมด แล้วนำส่วนที่ดีไปวางไว้บนชั้นนี้”
“ทุกครั้งที่เซียนมาหลอมยา พวกเขาจะบอกว่าต้องใช้สมุนไพรอะไร เจ้าต้องรีบนำสมุนไพรไปส่งให้ทันเวลา ห้ามขาดห้ามเกิน และห้ามส่งผิดเด็ดขาด”
หวังเหมาจื่อมองหยางฟานด้วยแววหวาดหวั่นที่ยังไม่จางหาย
“เมื่อเดือนกว่า ๆ ก่อน คนรับใช้ที่รับผิดชอบส่งสมุนไพรส่งผิด จึงถูกบรรพชนผู้อาวุโสฟาดฝ่ามือเดียวจนตาย”
หยางฟานรู้สึกใจหดเกร็งขึ้นมาทันที
ตอนขึ้นเขา เขาเคยได้ยินศิษย์พี่เฉินพูดถึงเรื่องนี้ ดูท่าจะมีคนรับใช้ตายในมือเซียนจริง ๆ
หลังสั่งงานทางนี้เสร็จ หวังเหมาจื่อก็พาหยางฟานเดินไปทางเตาหลอมยา
“เตาหลอมยานี้ต้องทำความสะอาดทุกวัน เถ้าถ่านในเตารวมถึงเม็ดยาพิษอะไรพวกนั้นก็ต้องเก็บกวาดให้หมด”
พลางพูด หวังเหมาจื่อก็หยิบผ้าเช็ดหน้าออกจากกระเป๋าเสื้อ มาพันปิดปากและจมูกของตน
จากนั้นเขาดึงส่วนล่างของเตาหลอมยา ลิ้นชักใบหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยเศษสีดำก็ถูกดึงออกมา
“นี่คือกากเตาที่เหลือจากการหลอมยาในแต่ละวัน เจ้าต้องรีบเก็บกวาดให้สะอาด”
กากเตารึ?
หยางฟานยื่นมือหมายจะหยิบกากเตาขึ้นมาดูสักชิ้น หวังเหมาจื่อรีบยกมันหลบไป
“เจ้าหนู ไม่รักชีวิตหรืออย่างไร? ของนี่มีพิษนะ!”
อะไรนะ?
หยางฟานตกใจจนสะดุ้ง รีบถอยหลังไปสองก้าว พลางจ้องสิ่งนั้นอย่างตึงเครียด
“ไม่รู้ล่ะสิ พวกอาจารย์อากับบรรพชนผู้อาวุโสมีตำรับยาในการหลอมยาทั้งนั้น”
“หลอมสำเร็จก็ย่อมเป็นยาเซียน แต่ถ้าหลอมไม่สำเร็จ ก็จะกลายเป็นของมีพิษ”
“คนรับใช้อย่างพวกเรามีหน้าที่เก็บกวาดกากเตามีพิษพวกนี้ให้สะอาดโดยเร็ว จะได้ไม่ไปรบกวนเซียน”
ไม่น่าแปลกใจที่หวังเหมาจื่อต้องใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากจมูก ที่แท้แม้แต่กลิ่นก็ห้ามสูดดม
“ถือไว้ ข้าจะพาเจ้าไปที่ทิ้งเถ้าถ่าน”
หวังเหมาจื่อส่งลิ้นชักใส่เถ้าถ่านให้หยางฟานด้วยสีหน้ารังเกียจ
หยางฟานได้แต่กัดฟันถือเถ้าถ่าน เดินตามหวังเหมาจื่อออกไป
จากแดนเม็ดยามีกลิ่นฉุนแสบจมูกลอยออกมา
เมื่อได้กลิ่นนั้น หยางฟานก็ขมวดคิ้วแน่น
