โม่หยางและพวกถูกพาไปยังห้องส่วนตัวห้องหนึ่ง เถ้าแก่ยกน้ำชาชั้นดีสามถ้วยมาให้ด้วยตนเอง
“สหายน้อย บนตัวเจ้ายังมีโอสถอื่นอีกหรือไม่?” หลังจากวางถ้วยชาลง เถ้าแก่ก็รีบถามด้วยรอยยิ้มละไม
โม่หยางนั่งลงเงียบ ๆ หยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบอย่างไม่รีบร้อน เขารู้ว่าเถ้าแก่กำลังหยั่งเชิงฐานะของตน
เพราะถ้าเขามาจากตระกูลโอสถ บนตัวย่อมมีโอสถมากกว่าหนึ่งชนิด
“โอสถมีแน่นอน จะขายก็ได้ แต่ต้องดูว่าเถ้าแก่ให้ราคาเท่าใด!” โม่หยางวางถ้วยชาลง มุมปากยกยิ้มจาง ๆ
เถ้าแก่ฟังจบ แววตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย ตอนนี้ในใจเขาแน่ใจแล้วว่า นี่ต้องเป็นคนของตระกูลโอสถ
รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งกว้างขึ้น จึงรีบเอ่ยว่า “สหายน้อยก็รู้ว่าโอสถแต่ละชนิดราคาไม่เหมือนกัน ไม่ทราบว่าสหายน้อยมีโอสถอะไรบ้าง?”
โม่หยางมีรอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก มองเถ้าแก่แวบหนึ่ง แล้วล้วงขวดโอสถสามขวดออกมาจากอกเสื้อ
ได้แก่ โอสถล้างไขกระดูก โอสถธำรงโฉม และโอสถแหล่งปราณจิตวิญญาณ
เถ้าแก่รับไปอย่างระมัดระวัง แล้วเปิดจุกขวดดูทีละขวด แสงประกายในดวงตาเจิดจ้าขึ้นเรื่อย ๆ
คลุกคลีกับโอสถมาหลายปี แม้จะปรุงยาไม่เป็น แต่เขาก็แยกแยะดีเลวได้ในพริบตา โอสถเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ภายนอกหรือคุณภาพล้วนเป็นระดับหนึ่ง ดีกว่าที่ขายในร้านของตนไม่รู้เท่าใด
ในสายตาเขาแล้ว หนุ่มน้อยแต่งตัวเรียบง่ายตรงหน้าเกรงว่าจะไม่ใช่ศิษย์ธรรมดาของตระกูลโอสถ หากเป็นศิษย์ระดับอัจฉริยะในตระกูลโอสถ มิฉะนั้นฝีมือการปรุงยาคงไปไม่ถึงขั้นนี้
“สหายน้อยมาถึงเมืองเสวียนเทียนของเราก็นับว่ายากยิ่ง การพบกันก็เป็นวาสนา วันนี้ข้าขอคบสหายน้อยเป็นสหาย โอสถสามชนิดนี้คิดตามที่สหายน้อยบอกก่อนหน้านี้หนึ่งหมื่นห้าพันตำลึงเป็นอย่างไร?” เถ้าแก่เอ่ยหยั่งเชิง น้ำเสียงแฝงนัยต่อรอง
