"หันกลับไป"
จี้ซีเหวินได้ยินเพื่อนร่วมโต๊ะพูดด้วยน้ำเสียงรำคาญ เย็นเยียบเหมือนจะหยดน้ำแข็งเป็นเกล็ด
แต่ฟังดูไพเราะราวกับก้อนน้ำแข็งถูกโยนลงในน้ำอัดลม ตอนเกิดฟองฟู่ขึ้นมา เพียงแต่จังหวะจะโคนออกจะเนิบนาบ มีความยโสโดยกำเนิด
สวี่จี้หยางหัวเราะแบบหน้าด้าน ๆ "ผมไม่หันหรอก ก็ผมไม่ได้ไปยั่วยุคุณนี่"
ใช่เลย
จี้ซีเหวินคิดในใจว่าเพื่อนร่วมโต๊ะคนนี้คงไม่ใช่คนที่จะมายุ่งด้วยง่าย ๆ
หลังจากนี้ต้องระวังตัวเวลาอยู่ด้วยกันแล้วล่ะ
"ฉันกำลังหลับอยู่นายก็มาจิ้มให้ตื่น นี่ไม่เรียกว่ายั่วยุเหรอ?"
คนข้าง ๆ เปรยเสียงเบา
สวี่จี้หยางเอามือแตะปลายจมูก ไม่มีข้อโต้แย้ง จึงหันหน้ากลับไป
จี้ซีเหวิน: "……"
เธอขีดฆ่าความคิดก่อนหน้านี้ทิ้ง
พอเสียงกริ่งดังขึ้น ครูสอนภาษาอังกฤษก็เดินเข้ามาด้วยรองเท้าส้นสูง พูดเร็วจี๋ "เอาหนังสือเล่มเล็กออกมา"
หนังสือเล่มเล็กนั่นเป็นของที่คณะครูภาษาอังกฤษช่วยกันรวบรวมขึ้นเอง ข้างนอกไม่มีขาย
จี้ซีเหวินเองก็ไม่มี
เพื่อน ๆ รอบตัวเริ่มค้นหาในลิ้นชัก ครูสอนภาษาอังกฤษยกกระติกน้ำขึ้นดื่ม มองกวาดไปรอบ ๆ และสังเกตเห็นว่าที่ว่างเป็นประจำมีเด็กสาวแปลกหน้านั่งอยู่
เธอจึงแตะไมโครโฟนใกล้ริมฝีปากพูดว่า "นักเรียนย้ายมาใหม่ดูของเพื่อนร่วมโต๊ะก่อนแล้วกัน พอเลิกคาบค่อยให้หัวหน้าห้องฝ่ายภาษาอังกฤษเอามาให้"
จี้ซีเหวินนิ่งไปครู่หนึ่ง
ข้างหน้ามีคนไม่น้อยหันมามอง ส่วนใหญ่เป็นเด็กผู้หญิง
คนข้าง ๆ โยนสมุดรวมแบบฝึกหัดบาง ๆ มาให้
หนังสือเล่มเล็กนั้นบางมาก ปกมีตราโรงเรียนผิงจง
ด้านล่างเป็นชื่อสองตัวอักษรหวัด ๆ อย่างมีสไตล์ ฝีมือการเขียนเป็นเอกลักษณ์ ดูแล้วรู้ว่าไม่ใช่คนที่ฝึกเขียนมาแต่น้อย เป็นแบบมาตรฐาน
——ฉือซุ่ย
จี้ซีเหวินหันไปพูดว่า "ขอบคุณ"
ฉือซุ่ยทำ เสียงฮึในลำคอ
จี้ซีเหวินวางหนังสือเล่มเล็กไว้ตรงกลางระหว่างพวกเขา
เด็กหนุ่มงอนิ้วสองนิ้วดันขอบหนังสือ "เธอดูเองเถอะ ฉันไม่ฟัง"
"……"
จี้ซีเหวินนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
ไม่คิดว่าเขาจะพูดออกมาตรง ๆ ว่าไม่ฟัง
"……ได้"
เธอมองฉือซุ่ยอย่างเหม่อลอย
เด็กหนุ่มล้วงข้อสอบคณิตศาสตร์สองแผ่นออกมาจากลิ้นชักแล้วก้มหน้าทำ
ตอนที่จี้ซีเหวินยังไม่ได้สติ เขาก็วงคำตอบข้อแรกและข้อสองของปรนัยเรียบร้อย
ทำเร็วขนาดนี้เลยเหรอ...
เด็กหนุ่มหยุดมือกะทันหัน หันมามองเธอด้วยแววตาห่างเหิน "มองพอหรือยัง?"
"ขอโทษนะ"
จี้ซีเหวินรีบเปิดผ่านหนังสือเล่มเล็ก
หนังสือเล่มเล็กมีแต่ข้อสอบการอ่าน ยากและลึกซึ้งในระดับที่มากกว่าเมื่อเทียบกับข้อสอบรวมในปัจจุบัน รูปแบบคำถามก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย พออ่านบทความสั้นจบก็มีปรนัยยี่สิบข้อที่วกวน
คนที่ทำคงจะขี้เกียจเขียนขีด ๆ เขียน ๆ บนบทความสั้น ๆ เลยสะอาดเอี่ยม
มีแค่ปากกาดำเขียน ABC ง่าย ๆ หน้าคำถาม
โรงเรียนผิงจงเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายสาธิตประจำมณฑล ห้อง 1 และห้อง 2 เป็นกลุ่มนักเรียนที่หัวกะทิที่สุดของชั้นปี ได้ยินว่าห้อง 1 เป็นสี่สิบอันดับแรกของสายวิทย์ที่สอบแบ่งห้องตอนปีสอง ห้อง 2 เป็นสี่สิบอันดับแรกของสายศิลป์
ไม่ว่าจะเป็นความคืบหน้าของวิชาหรือระดับความยาก ต่างก็คนละโลกกับโรงเรียนเก่าของจี้ซีเหวิน
"เปิดไปที่หน้า 17" ครูสอนภาษาอังกฤษเป็นหญิงสาวหน้าตาค่อนข้างหมดจด แต่น้ำเสียงเข้มแข็งอย่างกับคนละคน "ครูจะเฉลยคำตอบให้ฟัง"
จี้ซีเหวินลองเทียบดู ปรากฏว่าคน ๆ นี้ตอบถูกหมด
"……"
มิน่าล่ะไม่ยอมฟัง
ระดับนี้สงสัยจะได้เกิน 145 ทุกครั้งที่สอบ คงจะมีแค่การเขียนเรียงความนั่นแหละที่หักคะแนนได้บ้าง
……
คาบภาษาอังกฤษผ่านไปอย่างรวดเร็ว
จี้ซีเหวินตั้งใจฟังมาก
ครูที่โรงเรียนเก่าของเธอสอนผิวเผินมาก ดึงศัพท์ไม่กี่ตัวและ tense ไม่กี่อย่างมาพูดซ้ำไปซ้ำมาได้ทั้งคาบ
ทันที่ครูสอนภาษาอังกฤษก้าวออกจากประตูไป สวี่จี้หยางก็หันมามองสีหน้าฉือซุ่ย
ฉือซุ่ยควานหาอยู่ในลิ้นชักสักพัก หยิบอะไรคล้าย ๆ เครื่องเล่นเกมออกมา เอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน เล่นอย่างตั้งอกตั้งใจ "มีอะไรจะพูดก็รีบพูดมา"
สวี่จี้หยางหัวเราะแบบมีเลศนัย "กูฟังพ่อกูบอกว่า แม่เลี้ยงของมึงจะพาลูกสาวไปอยู่บ้านพวกมึง จริงป่ะ?"
ฉือซุ่ยไร้ซึ่งสีหน้าไปเลย "รู้แล้วยังจะถามอีก"
สวี่จี้หยางชะโงกมากระซิบ "กูก็แค่ไม่นึกเชื่อไง พ่อมึงดูก็ฉลาดอยู่นะ เป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่เบอร์นั้น อยู่ ๆ ทำไมถึงโง่ได้ปานนั้น จะไปเลี้ยงลูกสาวให้คนอื่น?"
เขาคิดว่าเสียงเบาแล้ว แต่จี้ซีเหวินนั่งใกล้พวกเขามาก เลยได้ยินชัดเจน
เรื่องฟังดูคุ้น ๆ ...
เธอจะจดโน้ตก็ต้องชะงัก หางตามองเห็นว่าเพื่อนร่วมโต๊ะใหม่ไม่ได้เล่นเครื่องเล่นเกม
แต่เป็นเกมกดวงแหวนในน้ำสำหรับเด็ก
นิ้วขาวซีดเรียวผอมกดปุ่มตามสบาย วงกลมเล็ก ๆ หลากสีกระเพื่อมขึ้นลงในน้ำ
"ใจกว้าง"
ฉือซุ่ยเปรยออกมาสองคำ ทำให้สวี่จี้หยางหัวเราะชอบใจ "ฮ่า ๆ ๆ พ่อมึงใจกว้าง ฮ่า ๆ ๆ ..."
ฉือซุ่ยรำคาญ ช่วงนี้เขาเกลียดเรื่องนี้ที่สุด สวี่จี้หยางดันพูดไม่หยุด แทงใจเขาอย่างแรง
เขาใช้เท้าเตะเก้าอี้ของอีกฝ่ายใต้โต๊ะ "อย่าน่ารำคาญ หันกลับไป"
"กูมันคนปากอยู่ไม่สุข"
"ก็ไปหาเพื่อนร่วมโต๊ะของนายสิ"
เพื่อนร่วมโต๊ะของสวี่จี้หยางเป็นผู้หญิง มัดผมหางม้าต่ำยาวถึงเอว มีต่างหูสองรู เธอกำลังอ่านนิตยสารอยู่ ได้ยินคำของฉือซุ่ยก็หันมา "อย่าเลย ฉันกับมันไม่เห็นมีหัวข้อคุยร่วมกัน"
สวี่จี้หยางเอามือเท้าขอบโต๊ะ "ผมขอโทษ ผมไม่รู้ว่าเป็นไอดอลของคุณ ผมก็แค่บอกว่าเขาหน้าตาน่าเกลียด"
"ไม่รับคำขอโทษ" เธอตอบอย่างเย็นชา
สองอึดใจต่อมา เธอหยิบข้อสอบใหม่สองแผ่นออกมาจากลิ้นชัก หันมาวางบนโต๊ะของจี้ซีเหวิน
สีหน้าผ่อนคลายลง เผยรอยยิ้มอ่อนหวาน มีลักยิ้มเล็ก ๆ สองข้างที่มุมปาก "เพื่อน สองคาบแรกตอนบ่ายเป็นคณิตศาสตร์ ครูจะเฉลยข้อสอบ ฉันมีข้อสอบใหม่เหลืออีกชุดหนึ่ง เธอลองทำตอนกลางวันดูก็ได้นะ"
"ขอบคุณ"
จี้ซีเหวินก้มมองข้อสอบ เห็นได้ชัดว่าเป็นสองแผ่นที่เพื่อนร่วมโต๊ะนั่งทำมาตลอดคาบ
"ด้วยความยินดี ฉันชื่อสุยอวี่ สุยที่แปลว่าตามสบาย เป็นหัวหน้าฝ่ายคณิตศาสตร์ ต่อไปมีอะไรมาหาฉันได้ตลอด"
"ได้"
จี้ซีเหวินตอบรับ
สวี่จี้หยางที่ฟังอยู่สักพักเกิดไม่พอใจ ฉุดสุยอวี่ถาม "ทำไมเธอเปลี่ยนสีหน้าไปมาอย่างนี้ได้?"
สุยอวี่ตวัดตามองเขาอย่างเย็นชา "นายด่าพี่รักของฉัน ฉันก็ต้องมีท่าทีแบบนี้"
ทั้งสองทะเลาะกันเสียงดัง
ฉือซุ่ยรำคาญใจ หยิบที่อุดหูออกจากลิ้นชัก กำลังจะใส่ อยู่ ๆ เด็กสาวข้างตัวก็ขยับเข้ามาใกล้
เธอดูตื่นเต้นเล็กน้อย "ขอถามหน่อยว่าคาบต่อไปคืออะไร?"
ฉือซุ่ย: "...ประวัติศาสตร์"
"ได้ ขอบคุณ"
จี้ซีเหวินมองข้อสอบด้วยความเสียดาย
คาบประวัติศาสตร์ก็ยังต้องฟังให้ดี ข้อสอบนี้เลยต้องทิ้งไว้ทำตอนกลางวันแล้ว
……
ก่อนเลิกคาบอีกไม่กี่นาที
ทางเดินนอกห้องเรียนมีนักเรียนตัวสูงใหญ่มายืนกระจายอยู่ประปราย ดูเหมือนพวกเด็กกีฬา สีผิวดูเข้ม ๆ ทั้งนั้น
ยืนจับกลุ่มคุยกันข้างนอก
เพราะพวกเขาล้วนยืนด้านหลัง ยินเสียงคุยกันชัดเจนเข้าหูของจี้ซีเหวิน