เซี่ยเสี่ยวหู่ใช้หัวดันเอวของเสี่ยวหน่วนเพื่อดันนางไปข้างหน้า
เซี่ยเสี่ยวหน่วนดิ้นรนถอยหลังตามสัญชาตญาณ และพลางคว้ามือเซี่ยเสี่ยวหู่ผลักไปด้านข้าง
นางอยากผลักเขาออกไป จะได้ไม่ต้องเอาหัวมาดันหลังนางไม่หยุด
นางสาบานว่าตัวเองแค่ผลักเซี่ยเสี่ยวหู่เบา ๆ เท่านั้น
แต่ไม่คิดว่าเซี่ยเสี่ยวหู่จะถอยกรูดไปหลายก้าว แล้วทรุดก้นนั่งกับพื้น ร้องไห้โฮออกมา
คราวนี้นางก่อเรื่องใหญ่แล้ว ป้าสะใภ้พอเห็นเซี่ยเสี่ยวหู่ถูกผลักนั่งกับพื้น
ก็รีบถอดรองเท้าข้างหนึ่งออก พลางด่าพลางชูรองเท้าวิ่งเข้ามา ฟาดลงมาบนศีรษะเซี่ยเสี่ยวหน่วนไม่ยั้ง
เซี่ยเสี่ยวหน่วนย่อมไม่กล้าโต้ตอบ เมื่อเผชิญกับพื้นรองเท้าที่ฟาดลงมา นางจึงยกแขนขึ้นป้องตามสัญชาตญาณ
พื้นรองเท้าฟาดลงบนแขนของเซี่ยเสี่ยวหน่วน จากนั้นก็สะท้อนกลับไปอย่างน่าประหลาด ฟาดลงบนดวงตาของป้าสะใภ้ดังเพียะ
ป้าสะใภ้ร้องโอ๊ย ทิ้งรองเท้าบุ ยืนเท้าเปล่าบนพื้น เอามือปิดตาพลางเรียกเซี่ยสือโถวสามีของตน:
"สือโถว ดูพี่ชายเจ้าเถอะ ทิ้งลูกผสมสารเลวไว้ เราอุตส่าห์ให้ข้าวให้น้ำเลี้ยงดูนางไว้ แต่นางกลับมาทำร้ายเราทั้งตีทั้งด่า ตอนนี้ข้าตาเกือบบอดเพราะถูกนางตีแล้ว เจ้าลงมือหนัก ๆ ตีนางเลย ไอ้ลูกผสมสารเลวแบบนี้ถ้าไม่สั่งสอนให้หลาบจำ ไม่ได้เด็ดขาด"
เซี่ยสือโถวยังไม่ทันให้ภรรยาพูดจบ เขาก็ลุกขึ้นไปที่ครัว เลือกกระบองท่อนหนา แล้วกลับมาโดยไม่พูดพล่าม ยกกระบองขึ้นหมายตีเซี่ยเสี่ยวหน่วน ไม่สนหัวไม่สนก้น ฟาดลงมาโดยตรง
เซี่ยเสี่ยวหน่วนเห็นอารองยกกระบองจะมาตีนาง ก็ยิ่งกลัวจนตัวสั่น นางยกแขนทั้งสองขึ้นกอดศีรษะไว้แน่นตามสัญชาตญาณ กลัวจนลืมวิ่งหนี
กระบองของอารองฟาดลงมาอย่างไร้ปรานี ได้ยินเสียงเกร๊งดังขึ้นที่แขนของเสี่ยวหน่วน แต่เรื่องเดิมก็เกิดขึ้นอีกครั้ง กระบองสะท้อนกลับไป ฟาดลงบนหน้าผากของอารอง
กระบองที่สะท้อนกลับเปิดแผลขนาดใหญ่บนหน้าผากอารอง เลือดไหลทะลักออกมา
อารองร้องโอ๊ย ถือกระบองถอยหลังไม่หยุด สุดท้ายชนเข้ากับโต๊ะ
โครม! โต๊ะล้มคว่ำ ชามตะเกียบบนโต๊ะร่วงลงพื้นแตกไปหลายใบ
อารองล้มลงนั่งบนโต๊ะอาหารที่คว่ำอยู่ เลือดบนใบหน้าไหลลงมา เขาเอามือเช้า เลอะทั้งหน้า ดูน่ากลัวยิ่งนัก
ย่าที่กินข้าวเสร็จแล้วนั่งอุ่นอยู่บนเตียงไฟเห็นลูกชายตนหน้าเต็มไปด้วยเลือด ก็ร้องโวยวายเรียกหลานชายทันที:
"เสี่ยวหลง เจ้ารีบไปตามหลี่เจิ้งมา บ้านข้าไม่เอาไอ้สัตว์ทรพีที่ตีพ่อด่าแม่เด็ดขาด เร็วไปตามหลี่เจิ้งมา ให้เขามาตัดสินลงโทษ"
เซี่ยเสี่ยวหลงที่อยู่ข้าง ๆ รับคำแล้วรีบเปิดประตูวิ่งออกไป เขาไปตามหลี่เจิ้งของหมู่บ้านมาตัดสินความ
เขาก็คิดว่าเซี่ยเสี่ยวหน่วนกินของบ้านตนอยู่ของบ้านตน ยังจะมาทำร้ายด่าทอผู้อาวุโสอีก ช่างเป็นสัตว์ทรพีจริง ๆ ควรไล่นางออกไป
หลี่เจิ้งของหมู่บ้านนี้แซ่จ้าว ชื่อจ้าวต้าซาน อายุห้าสิบกว่าปี เป็นคนค่อนข้างซื่อตรง
ในหมู่บ้านของพวกเขา ชาวบ้านล้วนเชื่อฟังหลี่เจิ้งมาก พูดได้ว่าหลี่เจิ้งว่าอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น
เช้าวันตรุษจีน หลี่เจิ้งกินอาหารเช้าเสร็จ เขารู้ว่าวันนี้ลูกหลานในตระกูลและชาวบ้านจะมาไหว้ปีใหม่ตน เขาจึงนั่งรออยู่ที่บ้าน
ทันใดนั้นก็เห็นเซี่ยเสี่ยวหลง ลูกชายคนโตของบ้านเซี่ยสือโถว วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
เซี่ยเสี่ยวหลงเข้ามาในบ้านก็พูดหอบ ๆ ว่า: "ท่านลุงหลี่เจิ้ง ท่านย่าขอให้ท่านไปที่บ้านข้าสักหน่อย เช้านี้เซี่ยเสี่ยวหน่วนทำร้ายพ่อข้า แม่ข้า แล้วก็น้องชายเซี่ยเสี่ยวหู่ของข้าหมดเลย..."
หลี่เจิ้งฟังแล้วตกใจมาก ในใจก็ไม่เชื่อนัก
เซี่ยเสี่ยวหน่วนเป็นแค่เด็กหญิงอายุสิบสามปี จะทำร้ายผู้ใหญ่สองคนกับเด็กหนึ่งคนได้อย่างไร?
อีกอย่างปกติใคร ๆ ก็รู้ว่าเซี่ยสือโถวกับภรรยาไม่ได้ดีกับเซี่ยเสี่ยวหน่วน ทุกวันมีแต่ตีบ้างด่าบ้าง
หลี่เจิ้งแม้จะทนดูไม่ไหวและมักจะเอ่ยปากห้ามปราม
แต่สุดท้ายก็เรื่องในบ้านคนอื่น ต่อให้เป็นหลี่เจิ้งก็ไม่อาจก้าวก่ายมากเกินไป
แต่ทั้งหมู่บ้านใครบ้างไม่รู้ว่าเซี่ยเสี่ยวหน่วนต้องทนทุกข์แค่ไหนที่บ้านเซี่ยสือโถว!
แต่เมื่อเซี่ยเสี่ยวหลงวิ่งมาบอกอย่างนี้ หลี่เจิ้งก็ต้องไปดู แล้วก็ตามเซี่ยเสี่ยวหลงมาที่บ้านเซี่ยสือโถว
ยังไม่ทันเข้าบ้านก็ได้ยินเสียงตวาดด่าของตู้ติงเซียง ภรรยาเซี่ยสือโถว
คำหยาบคายสกปรกปนกับเสียงแหลมของยายเซี่ยก็สาปแช่งเซี่ยเสี่ยวหน่วนอยู่ด้วย
หลี่เจิ้งผลักประตูเข้ามา เห็นเซี่ยสือโถวกับตู้ติงเซียงนั่งอยู่ที่ขอบเตียง
ตู้ติงเซียงกำลังตวาดด่าเซี่ยเสี่ยวหน่วน ยายเซี่ยนั่งบนเตียงไฟก็กำลังสาปแช่งไม่หยุด
เซี่ยเสี่ยวหน่วนก้มหน้ากำลังเก็บโต๊ะที่ล้มคว่ำอยู่ตั้งพิงกำแพงอย่างเงียบ ๆ
แล้วนั่งยอง ๆ เก็บถ้วยที่ตกอยู่บนพื้น เก็บเศษถ้วยที่แตก
"วันปีใหม่นี่นา ทำไมแต่เช้าก็ด่าเด็กอย่างนี้ หยุดด่าเถอะ" หลี่เจิ้งเข้ามาในบ้านพูดขึ้น
ยายเซี่ยเห็นหลี่เจิ้งมา นางก็ผุดพรวดถึงขอบเตียงทันที:
"หลี่เจิ้ง ท่านรีบมาตัดสินความที เซี่ยเสี่ยวหน่วนน่ะเช้านี้ขโมยครีมบำรุงผิวของพี่สาวนางไปทา ถูกจับได้แล้วยังไม่ยอมรับเด็ดขาด พูดนางสองคำนางก็ถีบเสี่ยวหู่ล้มนั่งกับพื้น แล้วยังตาทำร้ายป้าสะใภ้ของนางอีก ไม่พอเท่านั้น นางยังไม่หยุด ยังทำร้ายอารองของนางจนหน้าผากแตกเป็นแผล ดูหน้าสือโถวที่เต็มไปด้วยเลือดนี่..."
ยายเซี่ยพล่ามพลางฟ้องหลี่เจิ้งพลาง พลางก็ต่อว่าด่าเซี่ยเสี่ยวหน่วนไปด้วย
ในใจหลี่เจิ้งไม่เชื่อเลยสักนิด เซี่ยเสี่ยวหน่วนปกติถูกพวกเขาตีจนกลัวแล้ว หากเกิดขัดแย้งกัน มีแต่จะถูกตี นางจะกล้าโต้ตอบหรือ?
ต่อให้โต้ตอบจริง เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะสู้ผู้ใหญ่สองคนได้อย่างไร?
เขามองเซี่ยเสี่ยวหน่วนที่กำลังเก็บของอยู่อย่างเงียบ ๆ แล้วพูดว่า: "เสี่ยวหน่วน ที่ยายเจ้าพูดเจ้าก็ได้ยินแล้ว ทีนี้เจ้าเล่าให้ลุงฟังหน่อยว่าเรื่องเป็นอย่างที่ยายเจ้าว่าหรือเปล่า? เจ้าอย่ากลัว พูดออกมาเถอะ ลุงหลี่เจิ้งจะตัดสินให้"
เซี่ยเสี่ยวหน่วนฟังคำของหลี่เจิ้งแล้ว ก็พลันเอ่อคลอน้ำตา:
"ท่านลุงหลี่เจิ้ง ไม่ใช่ เรื่องไม่ได้เป็นอย่างที่ยายว่าหรอก ท่านลองคิดดูเถิดว่าเด็กอย่างข้าจะกล้าทำร้ายอารองกับป้าสะใภ้ได้อย่างไร? ข้าไม่กล้าทำร้ายใครในบ้านนี้ทั้งนั้น เรื่องมันวุ่นวายอย่างนี้ ก็เพราะพี่เสี่ยวจวี๋ยืนกรานว่าข้าขโมยครีมบำรุงผิวของนาง..."
เซี่ยเสี่ยวหน่วนพูดจาชัดเจน ฉะฉาน นางเล่าเรื่องทั้งหมดอย่างละเอียดตามความจริง
หลี่เจิ้งฟังจบ ในใจก็รู้ว่าความจริงต้องเป็นอย่างที่เสี่ยวหน่วนพูด
เขาหันไปทางเซี่ยสือโถว พูดว่า: "สือโถว เจ้าเป็นหัวหน้าครอบครัว เจ้าออกความเห็นหน่อย วันปีใหม่นี่ เรื่องนี้ก็ให้จบแต่เพียงเท่านี้เถอะ ถือว่าให้เกียรติข้าบ้าง แล้วก็เห็นแก่พี่ชายพี่สะใภ้ที่เสียไปของเจ้า ต่อให้เสี่ยวหน่วนผิดจริง ก็อย่าเอาเรื่องเลย เด็กยังเล็ก ต่อไปมันจะกตัญญูกับเจ้ามากขึ้น ดูว่าอย่างนี้ได้ไหม?"
เซี่ยสือโถวยังไม่ทันอ้าปาก ยายเซี่ยก็ตะโกนขึ้น: "ไม่ได้! หลี่เจิ้ง นี่เจ้าพูดอะไร? วันปีใหม่นี่ก็ทำร้ายพ่อตบแม่ด่าได้หรือ? วันปีใหม่นี่ก็ขโมยของได้หรือ? บ้านข้าเลี้ยงดูไอ้สัตว์อกตัญญูอย่างนี้ไม่ได้อีกแล้ว วันนี้ ต้องไล่นางออกไป"