“……”
“ฉันว่าทำแบบนี้ไม่ค่อยดีนะ”
“ก็ได้” เคอมูหนิงตอบรับอย่างเสียดาย
จากนั้นเขาก็เปลี่ยนน้ำเสียง
“แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ แล้วเธอจะครอบครองคนคนนี้ไว้คนเดียวได้ยังไงล่ะ?” เขายังคงพยายามเกลี้ยกล่อมคนบ้าตัวน้อยให้เป็นตัวร้ายอย่างแท้จริง
แทนที่จะเอาความร้ายกาจทั้งหมดมาลงกับเขาทุกครั้ง
จางรั่วสุ่ยยังไม่ทันตอบ ประตูก็ถูกเปิดจากด้านนอกเสียก่อน
“รอนานหรือยัง?” เสียงของเชิ่งอวี้เซียวดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้า
“เคอมูหนิง บ๊ายบาย ไว้ฉันไปต่างประเทศแล้วค่อยคุยกัน” จางรั่วสุ่ยวางสายก่อน แล้วหันไปมองเชิ่งอวี้เซียว
เชิ่งอวี้เซียวก้มลงหยิบกาแฟบนโต๊ะขึ้นมาจิบ ก่อนพูดว่า “ทำไมถึงเอากาแฟมาให้เธอล่ะ เธอควรดื่มนมมากกว่า”
เขาวางแก้วกาแฟที่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่งกลับลงบนโต๊ะ แล้วกดปุ่มโทรออกด่วนบนโทรศัพท์ตั้งโต๊ะ
“คุณจางมีอะไรให้รับใช้ไหมคะ?” เสียงจากปลายสายถาม
“เอานมมาให้แก้วหนึ่ง”
“คุณเชิ่งหรือคะ? ค่ะ ได้ค่ะ”
เชิ่งอวี้เซียววางสาย แล้วนั่งลงบนโซฟาเดี่ยวข้าง ๆ ตามสบาย
ปล่อยให้จางรั่วสุ่ยนั่งยึดเก้าอี้ทำงานของเขาต่อไป
เขาถามว่า “วันนี้งานยุ่งนิดหน่อย เดี๋ยวจะไปประชุมกับฉันไหม?”
จางรั่วสุ่ยพูดตรง ๆ ว่า “เมื่อวานที่นายคุยกับมู้หรงเฟิง ฉันได้ยินหมดแล้ว”
สีหน้าของเชิ่งอวี้เซียวแข็งค้างไปเล็กน้อยอย่างแทบสังเกตไม่เห็น
“ฉัน…ไม่ได้ตั้งใจจะจำกัดอิสระของเธอนะ เสี่ยวหยา แค่…อืม มู่ไป๋ไม่ค่อยดีเท่าไร” เสียงของเชิ่งอวี้เซียวฟังดูติดขัดไปหมด
“ใช่ นายบอกว่าเขาเป็นกองอึ”
ร่างสูงสง่าของเชิ่งอวี้เซียวทรุดลงเล็กน้อยอย่างหมดสภาพ “อ่า…ปกติฉันไม่ได้พูดแบบนี้นะ”
เขาพยายามทำให้เสี่ยวหยารู้ว่าเขาก็เป็นคนมีมารยาทอยู่เหมือนกัน
